luangpudu.com / luangpordu.com
 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

หลวงปู่ท่านสอนเสมอว่า ไม่มีปาฏิหาริย์อันใดจะอัศจรรย์เท่ากับการฝึกหัดอบรมพัฒนาตนเองจากความเป็นปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชนตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ทั้งหลักศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือการพัฒนาความสามารถในการมีความสุขของตนให้ละเอียดประณีตยิ่งขึ้น กระทั่งถึงภาวะความสุขชนิดที่จะไม่กลับกลายเป็นความทุกข์ได้อีก นั่นก็คือพระนิพพาน

คณะผู้จัดทำฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้มาเยือน Website แห่งนี้ จะได้รับความอิ่มเอิบใจและปีติกับเรื่องราวและธรรมะคำสอนของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ รวมทั้งเกิดศรัทธาและพลังใจในการขวนขวายปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อให้ใจได้สัมผัสธรรม และมีธรรมเป็นที่พึ่งตลอดไป

(โปรดแลกเปลี่ยน/แสดงทัศนะอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นธรรมะคำสอนที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของดเว้นบทความหรือเรื่องราวเกี่ยวกับวัตถุมงคลที่เป็นไปในเชิงพาณิชย์หรือปาฏิหาริย์ที่มิได้วกเข้าหาธรรม)

   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  
Started by
Topic:   ไฟภายใน  (Read: 17443 times - Reply: 14 comments)   
เด็กข้างวัด

Posts: 23 topics
Joined: 18/1/2553

ไฟภายใน
« Thread Started on 21/3/2555 21:42:00 IP : 61.90.32.58 »
 

ธรรมะสวัสดีทุกท่านครับ ขออนุญาตทักทายทุกท่านด้วยพระสูตรที่ว่าด้วยไฟภายใน 3 กองนะครับ

อาทิตตปริยายสูตร เป็นพระสูตรที่มีเนื้อหาแสดงถึงความรุ่มร้อนของจิตใจ (อินทรีย์ ๕) ด้วยอำนาจของกิเลส เปรียบได้กับความร้อนของไฟที่ลุกโพลงอยู่ ดังนั้นจึงได้ชื่อว่า อาทิตตปริยายสูตร แสดงให้เห็นว่าความร้อนที่แท้จริงคือความร้อนจากภายใน แต่ทว่าความสุขหรือความทุกข์ร้อนจากกิเลสทั้งปวงล้วนนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง คือตั้งอยู่ไม่ได้ตลอดไป ไม่มีอะไรที่ควรยึดถือ น่าเบื่อหน่ายในความผันแปร พระสูตรนี้จึงเป็นพระสูตรสำคัญในพระพุทธศาสนา........

ครั้นพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ตำบลอุรุเวลา ตามพระพุทธาภิรมย์แล้ว เสด็จ จาริกไปโดยมรรคาอันจะไปสู่ตำบลคยาสีสะ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ๑๐๐๐ รูป  ล้วนเป็นปุราณชฎิล. ได้ยินว่า  พระองค์ประทับอยู่ที่ตำบลคยาสีสะ  ใกล้แม่น้ำคยานั้น พร้อมด้วยภิกษุ ๑๐๐๐ รูป.

ณ ที่นั้น  พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลาย ว่าดังนี้:-

     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน  ก็อะไรเล่าชื่อว่าสิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  จักษุเป็นของร้อน  รูปทั้งหลายเป็นของร้อน  วิญญาณอาศัยจักษุเป็นของร้อน สัมผัสอาศัยจักษุเป็นของร้อน  ความเสวยอารมณ์  เป็นสุข  เป็นทุกข์  หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย แม้นั้นก็เป็นของร้อน  ร้อนเพราะอะไร? เรากล่าวว่า ร้อนเพราะไฟคือราคะ  เพราะไฟคือโทสะ  เพราะไฟคือโมหะ  ร้อนเพราะความเกิด  เพราะความแก่ และความตาย  ร้อนเพราะความโศก  เพราะความรำพัน  เพราะทุกข์กาย  เพราะทุกข์ใจ  เพราะความคับแค้น.

     โสตเป็นของร้อน  เสียงทั้งหลายเป็นของร้อน ...

     ฆานะเป็นของร้อน  กลิ่นทั้งหลายเป็นของร้อน ...

     ชิวหาเป็นของร้อน  รสทั้งหลายเป็นของร้อน ...

     กายเป็นของร้อน  โผฏฐัพพะทั้งหลายเป็นของร้อน ...

     มนะเป็นของร้อน ธรรมทั้งหลายเป็นของร้อน  วิญญาณอาศัยมนะเป็นของร้อน

สัมผัสอาศัยมนะเป็นของร้อน  ความเสวยอารมณ์เป็นสุข เป็นทุกข์ หรือมิใช่ทุกข์มิใช่สุข ที่

เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย แม้นั้นก็เป็นของร้อน  ร้อนเพราะอะไร? เรากล่าวว่า  ร้อน

เพราะไฟคือราคะ  เพราะไฟคือโทสะ  เพราะไฟคือโมหะ  ร้อนเพราะความเกิด  เพราะความแก่และความตาย  ร้อนเพราะความโศก  เพราะความรำพัน  เพราะทุกข์กาย เพราะทุกข์ใจ  เพราะความคับแค้น.

     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อริยสาวกผู้ได้ฟังแล้วเห็นอยู่อย่างนี้  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักษุ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูปทั้งหลาย  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในวิญญาณอาศัยจักษุ  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสัมผัสอาศัยจักษุ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในความเสวยอารมณ์  ที่เป็นสุข  เป็นทุกข์  หรือมิใช่ทุกข์มิใช่สุข  ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย

     ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในโสต  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในเสียงทั้งหลาย ...

     ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในฆานะ  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในกลิ่นทั้งหลาย ...

     ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในชิวหา  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรสทั้งหลาย ...

     ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในกาย  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในโผฏฐัพพะทั้งหลาย ...

     ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในมนะ  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในธรรมทั้งหลาย  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ใน

วิญญาณอาศัยมนะ  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสัมผัสอาศัยมนะ  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุข เป็นทุกข์ หรือมิใช่ทุกข์มิใช่สุข ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย.

     เมื่อเบื่อหน่าย  ย่อมสิ้นกำหนัด  เพราะสิ้นกำหนัด จิตก็พ้น เมื่อจิตพ้นแล้ว ก็รู้ว่าพ้น

แล้ว  อริยสาวกนั้นทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว  กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จ

แล้ว  กิจอื่นอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี. ก็แล เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่  จิตของภิกษุ ๑๐๐๐ รูปนั้น  พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย  เพราะไม่ถือมั่น.

ที่มา : วิกิพีเดีย

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
  ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ไฟภายใน
จำนวนข้อความทั้งหมด:  5
1
แสดงความคิดเห็น
metha

Posts: 127 topics
Joined: 9/12/2552

ความคิดเห็นที่ 1  « on 21/3/2555 22:45:00 IP : 171.7.201.217 »   
Re: ไฟภายใน
 

น้องเด็กข้างวัดมาได้ถูกเวลาจริงๆ
จวนได้เวลาเฉลยเรื่องดอกปาริฉัตรแล้ว
พระสูตรนี้ไพเราะและเป็นประโยชน์
ต่อผู้ขวนขวายใฝ่ธรรมมากทีเดียว

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
เด็กข้างวัด

Posts: 23 topics
Joined: 18/1/2553

ความคิดเห็นที่ 2  « on 25/3/2555 0:23:00 IP : 110.49.224.20 »   
Re: ไฟภายใน
 
metha Talk:

น้องเด็กข้างวัดมาได้ถูกเวลาจริงๆ
จวนได้เวลาเฉลยเรื่องดอกปาริฉัตรแล้ว
พระสูตรนี้ไพเราะและเป็นประโยชน์
ต่อผู้ขวนขวายใฝ่ธรรมมากทีเดียว



ช่างบังเอิญจริงๆนะครับที่โพสท์พระสูตรที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่พี่เมธาชวนพี่น้องสมาชิกสนทนาธรรม ผมก็ไม่ทราบเรื่องดอกปาริฉัตรมาก่อน

พระสูตรนี้ไพเราะจับใจจริงๆครับ ว่าด้วยเหตุ-ปัจจัย เป็นเหตุเป็นผลกันดี คล้ายๆกับความเกี่ยวข้องกันของ...กิเลส-กรรม-วิบาก

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
supa

Posts: 2 topics
Joined: 17/5/2554

ความคิดเห็นที่ 3  « on 25/3/2555 9:06:00 IP : 180.183.148.135 »   
Re: ไฟภายใน
 


ขอโอกาสนำคติธรรม ของ คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ (ในย่อหน้าท้ายๆตามรูปภาพ) เก็บมาฝากคราวไปวัดป่ามัชฌิมาวาส จ.กาฬสินธุ์

นับแต่ตื่นจากหลับนอน..
ครูตากระทบรูป แม่ได้เรียน
ครูหูกระทบเสียง แม่ได้เรียน
ครูจมูกกระทบกลิ่น แม่ได้กลิ่น
ครูปากกระทบรสชาด แม่ได้เรียน
ครูกายกระทบร้อนอ่อนแข็ง แม่ได้เรียน
ครูใจกระทบอารมณ์ แม่ได้เรียน

แม่จึงว่าแม่ได้เรียนธรรมอยู่ทั้งวัน ไม่มีเวลาพัก
ต่างครูก็ต่างหน้าที่ ตามปกติของเขาไป
เป็นแต่ใจของเรานี่เองจะเกาะเกี่ยวอย่างใด อย่างชอบหรืออย่างไม่ชอบ
แต่แม่เรียนรู้อย่างรู้เท่าทันครูบาอาจารย์ ท่านบอกสอนมาอย่างนี้...
..แต่ก่อนเคยมีผู้ถามอัญญาท่านมั่นว่า "พระธุดงค์ พระป่า เรียนหนังสืออย่างไรกัน"
เพิ่นตอบว่า "เรียนด้วยการหลับตาแต่ตื่นใจ"

จากเก็จแก้วเกสรธรรม คติธรรม ของ คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ สำนักชีบ้านห้วยทราย อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร
นายประเทือง เวียงสงค์ คัดลอกเผยแผ่ เป็นธรรมทาน 12 พฤศจิกายน 2552

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
metha

Posts: 127 topics
Joined: 9/12/2552

ความคิดเห็นที่ 4  « on 1/9/2555 9:18:00 IP : 171.7.187.159 »   
Re: ไฟภายใน
 


คุณsupa ชวนเพื่อนๆมา
ตามหาภาพที่หายไป
มีพระอาทิตย์ มีดวงจันทร์
มีกลางวัน มีกลางคืน
มีหลับ ก็มีตื่น
มีขมขื่น มีสุขใจ
มีแน่ ก็มีไม่แน่
มีแย่ ก็มีดี
มีแก่ มีเจ็บ มีตาย
ก็มีไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย!!!

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
รพินทร์

Posts: 3 topics
Joined: 14/12/2552

ความคิดเห็นที่ 5  « on 1/9/2555 12:10:00 IP : 110.168.243.254 »   
Re: ไฟภายใน
 

สาธุอนุโมทนามิครับ _/\_

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
 
1
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกก่อนโพสข้อความค่ะ
»
คลิ๊กที่นี่
   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  



Online: 5 Visits: 14,206,540 Today: 922 PageView/Month: 924