luangpudu.com / luangpordu.com
 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

หลวงปู่ท่านสอนเสมอว่า ไม่มีปาฏิหาริย์อันใดจะอัศจรรย์เท่ากับการฝึกหัดอบรมพัฒนาตนเองจากความเป็นปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชนตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ทั้งหลักศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือการพัฒนาความสามารถในการมีความสุขของตนให้ละเอียดประณีตยิ่งขึ้น กระทั่งถึงภาวะความสุขชนิดที่จะไม่กลับกลายเป็นความทุกข์ได้อีก นั่นก็คือพระนิพพาน

คณะผู้จัดทำฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้มาเยือน Website แห่งนี้ จะได้รับความอิ่มเอิบใจและปีติกับเรื่องราวและธรรมะคำสอนของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ รวมทั้งเกิดศรัทธาและพลังใจในการขวนขวายปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อให้ใจได้สัมผัสธรรม และมีธรรมเป็นที่พึ่งตลอดไป

(โปรดแลกเปลี่ยน/แสดงทัศนะอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นธรรมะคำสอนที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของดเว้นบทความหรือเรื่องราวเกี่ยวกับวัตถุมงคลที่เป็นไปในเชิงพาณิชย์หรือปาฏิหาริย์ที่มิได้วกเข้าหาธรรม)

   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  
Started by
Topic:   เหมือนปอผูกศอก เหมือนปลอกซุกตีน  (Read: 40074 times - Reply: 31 comments)   
เพียงดิน

Posts: 156 topics
Joined: 13/9/2553

เหมือนปอผูกศอก เหมือนปลอกซุกตีน
« Thread Started on 19/1/2554 12:27:00 IP : 158.34.240.21 »
 

...ครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบกล่าวว่า "มีลูกเหมือนมีเชือกผูกคอ มีเมียเหมือนมีปอผูกศอก" แต่การแต่งงานมีครอบครัว มีลูกหลานไว้สืบทอดกลับเป็นมาตรฐานการมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบของคนในสังคมมาโดยตลอด?

พระอาจารย์จันดี วัดป่าอัมพวัน จ.ชลบุรี ท่านได้เมตตาตอบไว้ดังนี้

ในแง่ของธรรมะ ครูบาอาจารย์ท่านพูดตามสัจธรรมความจริง แต่จะไปให้คนทั้งโลกเข้าใจคงไม่ได้เพราะโลกมันก็ต้องเป็นอยู่อย่างนี้ ที่ท่านพูดก็เพื่อสุ่มดูผู้มีปัญญาว่าจะรู้จักพิจารณาความจริงนี้ไหม ถ้าคนที่ภาวนาพิจารณาโดยปัญญา เขาก็จะเห็นคุณเห็นโทษของมัน แต่ถ้าคนไม่ภาวนามันก็ไม่เห็น มันจึงต้องทุกข์ เหมือนคนที่มีครอบครัวแล้วก็น่าจะตอบได้ดีได้ชัดเจน มีลูกก็ทุกข์เพราะลูก มีสามีก็ทุกข์เพราะสามี

ที่ว่าเหมือนปอผูกศอก เหมือนปลอกซุกตีน มันก็จริงนะ คือมันไม่อิสระไปไหนมาไหนไม่สะดวกเหมือนก่อน อุปมาก็เหมือนกับเอาบ่วงมาผูกไว้ บางทีบ่วงหนึ่งผูกไว้ยังไม่พอ บ่วงสองบ่วงสามก็ตามมาอีก คราวนี้ดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุดแล้ว อุปมานี้ท่านว่าถ้าเผลอสติ บ่วงมีมากขึ้นก็จะหนีไม่ได้ มันจะผูกไว้จนไม่มีมือไปแก้ออก ในแง่ของธรรมะมันคือความจริง แต่ในแง่ของคนโลกเขามองอีกอย่าง มันขัดแย้งกันระหว่างทางโลกและทางธรรม

เหมือนเวลาครูบาอาจารย์ท่านรับฝากลูกหลานโยมมาบวช พอจะให้ลูกเขาอยู่ต่ออีกโยมก็มาเถียง หลวงพ่อ..มันยังไม่สมควร ต้องให้เขาไปอยู่กับโลก ไปทำประโยชน์ให้กับโลกก่อน อะไรก่อน ท่านก็เลยบอกว่า เดี๋ยวโลกก็มัดมันตายพอดี

เหมือนอย่างที่หลวงพ่อชาท่านเทศน์สอนลูกศิษย์คำว่า "ครอบครัว" นี้เป็นศัพท์ตายนะ อาตมากลัวเพราะมันเป็นศัพท์ตาย ครอบก็เหมือนกับว่าถ้าเราอยู่ดีๆ แล้วเอาอะไรมาครอบ มันจะน่าอยู่ไหม เหมือนนั่งอยู่เฉยๆ แล้วเอาสุ่มมาครอบหัวให้มีขอบเขตจำกัด มันก็อึดอัด ไม่มีอิสระเสรีแล้วยังไม่พอยังมีครัวมาอีก ครัวก็คืออาการก่อกวนและทิ่มแทง มีครอบครัวก็คือเหมือนถูกขังไว้ในขอบเขตอันจำกัดและก็ถูกทิ่มแทง โอย ท่านบอกว่าน่ากลัวมากนะศัพท์นี้ มันเป็นศัพท์ตาย อาตมากลัวการก่อกวนและทิ่มแทงจริงๆ ถ้ามองแล้วพิจารณาตามคำพูดของท่าน มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ คือมันลำบาก อย่างสำนวนที่ว่า อยู่อย่างพรหมอยู่อย่างเอกา อยู่อย่างเทวดาต้องมีสหาย อยู่อย่างมนุษย์แสนจะวุ่นวาย เพราะมีกันมากมายตั้งหลายคน คือเหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านว่า บ่วงเกิดขึ้นแล้ว คือเมื่อพระราหุลเกิดขึ้นมา ผู้มีปัญญาท่านจึงว่า บ่วงเกิดแล้ว...

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
  ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: เหมือนปอผูกศอก เหมือนปลอกซุกตีน
จำนวนข้อความทั้งหมด:  11
<
1
2
แสดงความคิดเห็น
rangsitn

Posts: 0 topics
Joined: 9/9/2553

ความคิดเห็นที่ 11  « on 4/8/2557 21:40:00 IP : 171.7.67.79 »   
Re: เหมือนปอผูกศอก เหมือนปลอกซุกตีน
 

ผมต้องขอขอบพระคุณทุกท่าน

การที่ได้แนวทางการดำเนินชีวิตในทางธรรมที่ถูกต้อง ในปัจจุบันหาได้ยากขึ้นทุกที 

ต้องขอขอบพระคุณ จากใจ

 

                          รังสิต

 

 

 

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
 
<
1
2
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกก่อนโพสข้อความค่ะ
»
คลิ๊กที่นี่
   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  



Online: 8 Visits: 14,206,490 Today: 863 PageView/Month: 864