luangpudu.com / luangpordu.com
 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

หลวงปู่ท่านสอนเสมอว่า ไม่มีปาฏิหาริย์อันใดจะอัศจรรย์เท่ากับการฝึกหัดอบรมพัฒนาตนเองจากความเป็นปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชนตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ทั้งหลักศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือการพัฒนาความสามารถในการมีความสุขของตนให้ละเอียดประณีตยิ่งขึ้น กระทั่งถึงภาวะความสุขชนิดที่จะไม่กลับกลายเป็นความทุกข์ได้อีก นั่นก็คือพระนิพพาน

คณะผู้จัดทำฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้มาเยือน Website แห่งนี้ จะได้รับความอิ่มเอิบใจและปีติกับเรื่องราวและธรรมะคำสอนของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ รวมทั้งเกิดศรัทธาและพลังใจในการขวนขวายปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อให้ใจได้สัมผัสธรรม และมีธรรมเป็นที่พึ่งตลอดไป

(โปรดแลกเปลี่ยน/แสดงทัศนะอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นธรรมะคำสอนที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของดเว้นบทความหรือเรื่องราวเกี่ยวกับวัตถุมงคลที่เป็นไปในเชิงพาณิชย์หรือปาฏิหาริย์ที่มิได้วกเข้าหาธรรม)

   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  
Started by
Topic:   ความกตัญญูของ "พ่อของแผ่นดิน"  (Read: 33773 times - Reply: 34 comments)   
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความกตัญญูของ "พ่อของแผ่นดิน"
« Thread Started on 4/2/2557 19:46:00 IP : 203.148.162.151 »
 

บทความโดย พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ ศรีโยธิน

ลูกๆ ทุกคน...ก็ได้รู้กันแล้วว่าความหวังของแม่ที่มีต่อลูกมี 3 หวัง คือ

  1. ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
  2. ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
  3. เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ

คุณรู้ไหม? บุคคลที่เป็นยอดกตัญญูที่สุดคือในหลวงของเรา... ในหลวงที่โลกยกย่องเป็น THE KING OF KINGS นี่แหละ ในหลวงเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูด้วย

ความหวังของแม่ทั้ง 3 หวัง ในหลวงปฏิบัติได้ครบถ้วนสมบูรณ์

 

หวังที่ 1 ยามแก่เฒ่า หวังเจ้าเฝ้ารับใช้

ใครเคยเห็นภาพที่สมเด็จย่า เสด็จไปในที่ต่างๆ แล้วมีในหลวงทรงประคองเดินไปตลอดทาง

 รู้ไหมยามที่สมเด็จย่าเสด็จไปไหน มีคนเยอะแยะ มีทหาร มีองครักษ์ มีพยาบาล ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว แต่ในหลวงบอกว่า ไม่ต้อง คนนี้เป็นแม่เรา เราประคองเอง

ตอนเล็ก ๆ แม่ประคองเรา สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน เพราะฉะนั้น ตอนนี้แม่แก่แล้ว เราต้องประคองแม่เดิน เพื่อเทิดพระคุณท่าน ไม่ต้องอายใคร

เป็นภาพที่ประทับใจมาก เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านกตัญญูต่อแม่ ประคองแม่เดิน ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จทั้ง 2 ข้างทางเห็นหมด

 

หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่าเสร็จสิ้นลงแล้ว ราชเลขาของสมเด็จย่าแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่าก่อนสมเด็จย่าจะสิ้นพระชนม์ปีเศษ ตอนนั้นอายุ 93ในหลวงเสด็จจากวังสวนจิตรไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน ไปทำไมทราบไหมครับ? ไปกินข้าวกับแม่ ไปคุยกับแม่ ไปทำให้แม่ชุ่มชื่นหัวใจ ในหลวงของเราเสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่ สัปดาห์ละ 5วัน มีใครบ้างครับ ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน

 

มีคนบอกว่า สมเด็จย่าหอมแก้มในหลวงทุกครั้ง หอมแก้มเสร็จแล้วก็ร่วมโต๊ะเสวย.

ปกติ แค่เห็นลูกมาเยี่ยมก็ชื่นใจแล้ว นี่ลูกมากินข้าวด้วย สมเด็จย่าเลยปลื้มพระทัย

กินข้าวเสร็จ ในหลวงก็มานั่งคุยกับแม่ ในหลวงดำรัสกับแม่ว่าไง ทราบไหมครับ ?

ตอนในหลวงเล็กๆ แม่เคยสอนอะไรที่สำคัญ อยากฟังแม่สอนอีก

เป็นยังไงบ้าง เป็นกษัตริย์ ปกครองประเทศอยากฟังแม่สอนอีก

ใครที่มีปริญญาบัตรและมีแม่เรียนจบแค่ ป.4 เวลาแม่สอนแล้วตะคอกแม่ ตวาดแม่ กระทืบเท้าใส่แม่ พร้อมบ่น"เบื่อจะตายอยู่แล้ว รำคาญ พูดจาซ้ำซาก เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที" ... รู้ไหมว่าเราเหยียบย่ำหัวใจแม่ขนาดไหน

  

หวังที่ 2 ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา

ทราบไหมว่าในหลวงทำกับแม่อย่างไรตอนที่สมเด็จย่าประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช  ในหลวงเสด็จไปเยี่ยมตอน ตี 1 ตี 2    ตี 4 เศษๆ จึงเสด็จกลับ  ไปเฝ้าแม่วันละหลายชั่วโมง แม่พอเห็นลูกมาเยี่ยมก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว ทีมแพทย์ ที่รักษาสมเด็จย่า เห็นในหลวงมาเยี่ยม มาประทับก็ต้องฟิตตามไปด้วย ต้องปรึกษาหารือกันตลอดว่าจะให้ยายังไงจะเปลี่ยนยาไหม จะปรับปรุงการรักษายังไงให้ดีขึ้น กลางคืนในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่าคืนละหลายชั่วโมง ไปให้ความอบอุ่นทุกคืน

 

คราวหนึ่ง ในหลวงทรงประชวร สมเด็จย่าก็ป่วยอยู่คนละมุมตึกโรงพยาบาลศิริราช

ตอนเช้า ในหลวงเปิดประตูออกมา เห็นพยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่าออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี ในหลวงพอเห็นแม่ ก็รีบออกจากห้องมาแย่งพยาบาลเข็นรถ

มหาดเล็กกราบทูลว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว

ในหลวงมีรับสั่งว่า "แม่ของเรา ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น เราเข็นเองได้"

 

หวังที่ 3 เมื่อถึงยามต้องตายวายชีวา หวังลูกช่วยปิดตาเมื่อสิ้นใจ

วันนั้น ในหลวงเฝ้าสมเด็จย่า อยู่จนถึงตี 4 ตี 5  เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน

จับมือแม่ กอดแม่ ปรนนิบัติแม่ จนกระทั่งแม่หลับ...จึงเสด็จกลับ...

พอถึงวังเขาโทรศัพท์แจ้งว่าสมเด็จย่าสิ้นพระชนม์ ในหลวงรีบเสด็จกลับไปศิริราช เห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง ในหลวงทำยังไงทราบไหมครับ?

ในหลวงตรงเข้าไปคุกเข่า กราบลงที่หน้าอกแม่ พระพักตร์ในหลวงตรงกับหัวใจแม่

ขอหอมหัวใจแม่เป็นครั้งสุดท้ายซบพระพักตร์นิ่ง..อยู่นาน แล้วค่อยๆ เงยพระพักตร์ขึ้น น้ำพระเนตรไหลนอง... ต่อไปนี้ จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว เอาพระหัตถ์กุมมือแม่ไว้ มือนิ่มๆที่ไกวเปลนี้แหละ ที่ปั้นลูกจนได้เป็นกษัตริย์ เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง

 

มองเห็นหวีปักอยู่ที่ผมแม่ ในหลวงจับหวีค่อยๆ หวีผมให้แม่... หวี...หวี..

หวี..... หวี..ให้แม่สวยที่สุด แต่งตัวให้แม่.. ให้สวยที่สุด... ในวันสุดท้ายของแม่...

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
  ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ความกตัญญูของ "พ่อของแผ่นดิน"
จำนวนข้อความทั้งหมด:  17
<
1
2
แสดงความคิดเห็น
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ความคิดเห็นที่ 11  « on 21/2/2557 14:18:00 IP : 180.183.22.153 »   
Re: ความกตัญญูของ "พ่อของแผ่นดิน"
 


ความจงรักภักดี มีมาตั้งแต่อดีต.....ถึง......ปัจจุบัน และ จะมีตลอดไป

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ความคิดเห็นที่ 12  « on 21/2/2557 14:36:00 IP : 180.183.22.153 »   
Re: ความกตัญญูของ "พ่อของแผ่นดิน"
 


 ทรงเดินทางไกลเพื่อกาแฟต้นเดียว

             พล... วสิษฐ เดชกุญชร เล่าไว้ในหนังสือ "รอยพระยุคลบาท บันทึกความทรงจำของ พล... วสิษฐ เดชกุญชร" ความตอนหนึ่งที่ฉายภาพให้เห็นชัดเจนถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาสามารถ พระวิริยอุตสาหะและพระขันติธรรมของพระองค์ท่านในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชน โดยสรุปดังนี้
          ในท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่สับสนและวุ่นวายในปลายปีพุทธศักราช ๒๕๑๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งมวลเป็นปกติโดยไม่ทรงหวั่นไหว โดยเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ ตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ที่เชียงใหม่ และเสด็จออกเยี่ยมเยียนราษฎรทั้งราษฎรชาวเขาเผ่าต่างๆ กับประชาชนซึ่งอยู่ในที่ราบลุ่มตามที่ทรงปฏิบัติเสมอมาทุกปี ครั้งนั้นเจ้าอยู่หัวทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง ซึ่งทรงกระทำเช่นนี้เป็นปกติ ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งฝ่าฝุ่นแดงและความลุ่มดอนของถนนในสมัยนั้นออกเยี่ยมราษฎรอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ความคิดเห็นที่ 13  « on 21/2/2557 15:03:00 IP : 180.183.22.153 »   
Re: ความกตัญญูของ "พ่อของแผ่นดิน"
 


    (ต่อค่ะ)           

             ในวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๑๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จฯ เสด็จไปเยี่ยมเยียนราษฎรซึ่งเป็นชาวเขาบนดอยอินทนนท์ ในการทรงเยี่ยมเยียนราษฎรชาวเขาครั้งนี้ หลังจากเสด็จด้วยรถยนต์พระที่นั่งทรงเยี่ยมชาวเขาเผ่าม้งที่บ้านขุนกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง แล้ว
             พระองค์และสมเด็จฯ ยังได้เสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาท ไปตามไหล่เขาที่สูงบ้างต่ำบ้างเป็นระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร เพื่อทรงเยี่ยมชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่บ้านอังกาน้อย และทรงพระดำเนินต่อไปอีก 2 กิโลเมตร เพื่อพระราชทานไก่พันธุ์โร้ดไอส์แลนด์เร็ดและผ้าห่มให้แก่ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่บ้านท่าฝั่งเช่นเดียวกับที่บ้านอังกาน้อย
             ต่อจากนั้นยังทรงพระดำเนินต่อไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตร จนถึงไร่กาแฟที่ราษฎรชาวกะเหรี่ยงปลูกไว้ รวมเป็นระยะทางที่ทรงพระดำเนินทั้งสิ้นในบ่ายวันนั้นประมาณ ๖ กิโลเมตร เพื่อทอดพระเนตรไร่กาแฟที่มีต้นกาแฟให้พระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเพียงต้นเดียว

 

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ความคิดเห็นที่ 14  « on 30/3/2557 19:28:00 IP : 180.183.70.213 »   
Re: ความกตัญญูของ "พ่อของแผ่นดิน"
 


 ธรรมะ...สิ่งมีค่าที่สุดจากในวัง
  จาก...พล...วสิษฐ เดชกุญชร

                ถ้าจะถามว่า ธรรมะบทไหนที่ พระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติแล้วผมประทับใจที่สุด คงจะตอบยาก  แต่มีอยู่บทหนึ่งที่ผมประทับใจ อันนี้ต้องเรียกว่าได้มาจากพระโอษฐ์เลย

                 เคยกราบบังคมทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า พระราชกรณียกิจที่ทรงมีนั้น มากมายเหลือเกิน และทรงปฏิบัติได้ตลอดเวลาเหมือนกับว่าไม่ทรงเหนื่อย และทรงเบื่อด้วย
                 ท่านทรงรับสั่งตอบว่า ท่านทรงใช้อิทธิบาท เป็นเครื่องมือ............... อิทธิบาท 4 ประการนั้น พล...วสิษฐ ให้รายละเอียดว่า
                 1. 
ฉันทะ หมายความว่าทรงมีความพอพระทัยในสิ่งที่ทรงปฏิบัติ ทรงรักงานไม่เกลียดงาน
                 2.  
วิริยะ  ความพากเพียร ความไม่ละวาง ทำอะไรแล้วไม่ทิ้ง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
                 3. 
จิตตะ  การเอาใจจดจ่อกับสิ่งที่ทรงปฏิบัติ อันนี้ทรงปฏิบัติได้ เพราะทรงฝึกสมาธิ
                 4.
วิมังสา  การไตร่ตรองทบทวนไม่ทรงทิ้งขว้าง เพราะฉะนั้นงานทุกชิ้นที่ทรงทำไปแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงต้องหยิบกลับมาเพื่อทรงพิจารณาว่า มีอะไรบกพร่องที่ต้องแก้ไข ในคราวต่อไปหรือเปล่า
                 นี่เป็นธรรมะบทหนึ่งที่จำได้ว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ และเมื่อกลับมารับราชการในหน้าที่อื่น ผมก็ยึดถือในธรรมะบทเดียวนี้ ตามรอยพระยุคลบาท ซึ่งความจริงก็มาจากพระพุทธเจ้านั่นเอง
                เมื่อพวกเรามีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งเรื่องธรรมะอยู่เสมอๆ เมื่อทรงทราบว่าพวกเราปฏิบัติทำสมาธิกันก็ทรงพระกรุณาพระราชทานหนังสือบ้าง เทปบ้าง ที่ทรงไว้มาให้พวกเราเอามาอ่านเอามาฟังกันเพื่อจะได้ปฏิบัติ  แล้วก็เมื่อมีโอกาสก็มักจะรับสั่งถามว่าเราทำก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว
                 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาธรรมะจากพระหลายรูป แล้วเวลาที่เสด็จไปที่ไหนก็ตาม ถ้ามีพระที่มีความรู้ทางกรรมฐาน ทางวิปัสสนาสมาธิ ท่านจะต้องเสด็จไปทรงเยี่ยม และรับสั่งกับพระเหล่านี้ทุกรูป
                 หน้าที่อย่างหนึ่งของผมสมัยอยู่ในวัง คือว่า หาพระถวายท่าน เวลาเสด็จตามต่างจังหวัด พวกเรามีหน้าที่ต้องไปศึกษาภูมิประเทศ ศึกษาบุคคล เพื่อจะเตรียมการเสด็จพระราชดำเนินตอนที่ออกเดินทางไปศึกษาภูมิประเทศ ถ้าพบพระดีๆ เข้า เราต้องกลับมากราบบังคมทูลท่านว่า มีพระอยู่ที่วัดโน้นวัดนี้ ถ้าเสด็จพระราชดำเนินไปทางนั้น เราจะจัดการเสด็จพระราชดำเนินให้สอดคล้องกัน คือว่าให้ทรงมีเวลาที่แวะวัดนั้น และพบกับพระด้วย
                ช่วงหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะนายตำรวจประจำราชสำนัก จึงได้สิ่งที่มีค่าที่สุดมาไว้ประจำตัวจนถึงทุกวันนี้ ...

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 15  « on 31/3/2557 7:57:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: ความกตัญญูของ "พ่อของแผ่นดิน"
 

ความดีของคนดีอย่างพระองค์ พรรณนาไม่หมดไม่สิ้น

ความไม่ดีของคนอกตัญญูต่อแผ่นดิน ก็พรรณนาไม่หมดไม่สิ้นเช่นกัน

...โอกาสแห่งการแก้ไขตัวเอง จะเหลืออีกกี่มากน้อย ในเมื่อ "กาลเวลาย่อมกลืนกินสรรพสิ่ง รวมทั้งตัวมันเอง"

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 16  « on 2/4/2557 7:49:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: ความกตัญญูของ "พ่อของแผ่นดิน"
 

"ความกตัญญูคือเครื่องหมายของคนดี" ยังคงเป็นพุทธพจน์ที่จริงอยู่ในกาลทุกเมื่อ

หากขาดความกตัญญู ก็ไม่ต้องหวังในคุณธรรมอย่างอื่น

หากเห็นพาลเป็นบัณฑิต และเห็นบัณฑิตเป็นพาล ชีวิตก็หมดความเป็น "มงคล" เมื่อนั้น อบายย่อมเป็นที่ไปของบุคคลเหล่านั้น

สว่างมามืดไป 
สว่างมาสว่างไป
มืดมามืดไป
มืดมาสว่างไป 

สว่างมาหรือมืดมา ไม่รู้ได้ แต่จะเลือกไปมืดหรือไปสว่าง ขึ้นกับตัวเราเอง

ลุงสิทธิ์ขอ "เลือกข้าง" ถือในหลวงเป็นบัณฑิต ถือพระองค์เป็นแบบอย่างของการเจริญคุณธรรมความดี 

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 17  « on 8/4/2557 21:10:00 IP : 1.46.37.16 »   
Re: ความกตัญญูของ "พ่อของแผ่นดิน"
 
นาน ๆ จะได้อ่านข้อความยาว ๆ ของน้องปุถุชนคนขรึมสักครั้งหนึ่ง ถ่ายทอดได้ถึงใจโดยแท้ หากเรารู้จักเลือกคบบัณฑิต เราก็ย่อมได้รู้จักว่าความกตัญญูเป็นพื้นฐานของคุณธรรมทั้งหลาย แต่หากเราเลือกคบคนพาล ความกตัญญูคือความโง่ อุบายวิธีที่ไร้ศีลธรรมที่ทำให้เกิดความมั่งคั่งของวัตถุสิ่งเสพเรียกว่าความฉลาด ความเห็นผิดเกิดขึ้นเพราะการคบคนพาลเป็นมิตร ดังนั้น การคบบัณฑิต และการไม่คบคนพาล จึงเป็นมงคลอันสูงสุด
 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
 
<
1
2
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกก่อนโพสข้อความค่ะ
»
คลิ๊กที่นี่
   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  



Online: 5 Visits: 14,206,400 Today: 778 PageView/Month: 777