luangpudu.com / luangpordu.com
 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

หลวงปู่ท่านสอนเสมอว่า ไม่มีปาฏิหาริย์อันใดจะอัศจรรย์เท่ากับการฝึกหัดอบรมพัฒนาตนเองจากความเป็นปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชนตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ทั้งหลักศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือการพัฒนาความสามารถในการมีความสุขของตนให้ละเอียดประณีตยิ่งขึ้น กระทั่งถึงภาวะความสุขชนิดที่จะไม่กลับกลายเป็นความทุกข์ได้อีก นั่นก็คือพระนิพพาน

คณะผู้จัดทำฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้มาเยือน Website แห่งนี้ จะได้รับความอิ่มเอิบใจและปีติกับเรื่องราวและธรรมะคำสอนของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ รวมทั้งเกิดศรัทธาและพลังใจในการขวนขวายปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อให้ใจได้สัมผัสธรรม และมีธรรมเป็นที่พึ่งตลอดไป

(โปรดแลกเปลี่ยน/แสดงทัศนะอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นธรรมะคำสอนที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของดเว้นบทความหรือเรื่องราวเกี่ยวกับวัตถุมงคลที่เป็นไปในเชิงพาณิชย์หรือปาฏิหาริย์ที่มิได้วกเข้าหาธรรม)

   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  
Started by
Topic:   ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........  (Read: 156571 times - Reply: 203 comments)   
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
« Thread Started on 12/8/2555 0:21:00 IP : 180.183.226.116 »
 

คำถาม-คำตอบ (๑)  ปัญหาธรรม โดยหลวงตาพระมหาบัว 

สวัสดีค่ะทุกท่าน พอดีคนแอบอ่าน ไปพบหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ ถาม-ตอบ เป็นหนังสือที่องค์หลวงตาพระมหาบัว

ตอบคำถามที่มีผู้ถามปัญหาต่างๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 คนแอบอ่านตั้งใจว่า หากมีเวลาว่างจะนำมาพิมพ์ให้อ่าน

เป็นระยะๆ ต่อเนื่องกันไป

 

และเนื่องจากวันนี้เป็น "วันแม่" จึงขอนำเรื่องนี้มาลงในวันแม่ เป็นเรื่องแรกค่ะ

 

ถาม

 
หนูมีปัญหาที่ต้องการกราบรบกวนหลวงตา หนูคิดอยู่นานเหมือนกัน ไม่ค่อยอยากรบกวนหลวงตา

เพราะได้ทราบว่าสุขภาพหลวงตาไม่ค่อยดี แต่สถานการณ์มันเลวลงทุกวัน จึงทำให้หนูตัดสินใจ

เขียนมารบกวน


หนูและพี่สาวดูแลคุณแม่อายุ 84กว่าแล้ว ท่านเป็นโรคอัมพฤกษ์ (ร่างกายซีกขวาไม่ทำงาน)มา2ปีแล้ว

และเราก็ตั้งใจจะดูแลท่านจนกว่าชีวิตท่านจะถึงที่สุด แต่แม่เรียกร้องมากโดยเฉพาะเรื่องกิน คุณแม่

ทานตลอดเวลา เรียกให้ป้อนอาหารแทบทุกครึ่งชั่วโมง และทานครั้งละคำสองคำก็บอกพอ ท่าน

เลือกสรรอาหารจนแทบจะหมดปัญญาสรรมาให้ บ่อยครั้งที่ให้อาหารเคยชอบกลับไม่ทาน จะทานอีกอย่าง

ซึ่งไม่ใช่ว่าจะหาได้ทุกครั้งไปเป็นอย่างนี้มาตลอด 2ปี จนลูกเบื่อหน่าย เมื่อเบื่อมากเข้าก็กลายเป็นโทสะ

ระยะหลังนี้หนูและพี่สาวดุคุณแม่บ่อยซึ่งทุกครั้งที่ดุ หนูก็ไม่สบายใจ เสียใจตนเองทุกครั้ง ตั้งใจว่าจะทำดีๆ

กับท่าน แต่พอเข้าไปหาท่านได้เห็นพฤติกรรมของท่านก็อดโกรธไม่ได้

 

หลวงตาคะ ทำอย่างไรแม่ถึงจะกวนน้อยลง หรือตอนเด็กๆหนูจะตื๊อท่านมาก แต่ท่านเคยเล่าให้ฟังว่า

หนูเลี้ยงง่ายที่สุดในบรรดาลูกทั้งหมด หรือชาติก่อนๆหนูเคยกวนท่านมาก หนูไม่อยากดุ ไม่อยากโกรธ

แม่เลย หนูกลัวตกนรก และจริงๆหนูก็รู้ว่าแม่มีความทุกข์ และหนูก็พยายามช่วยท่าน แต่ท่านไม่ยอม

รับรู้อะไรเลย นอกจากท่านจะทำตามต้องการของท่านเท่านั้น ท่านไม่ยอมรอคอยอะไรด้วย ถ้าจะทานอะไร

จะต้องนำมาให้ท่านเดี๋ยวนั้น ถ้าไม่ได้ท่านจะโวยวายอยู่นั่นจนกว่าจะได้ตามต้องการ พอได้ทานแต่2คำ

แล้วสั่งให้เอาไปเก็บ อีก10-15นาทีก็จะเรียกทานของอย่างอื่นต่อไป กลางคืนก็ทาน แต่ก่อนเกรงใจ

ไม่เรียกไม่ปลุกเดี๋ยวนี้ท่านเรียกทุกเวลา

 

หลวงตาได้โปรดชี้แนะหนูด้วย หนูยอมรับว่าหนูเป็นลูกที่ไม่ดี ดูพ่อดุแม่(ทั้งๆที่ไม่อยากดุ)หลวงตา

จะดุด่าหนูก็ได้ค่ะขอแต่เพียงช่วยให้แม่กวนน้อยลง เลี้ยงให้ง่ายๆหน่อย หรือให้หนูมีใจเยือกเย็น

อดทนต่อพฤติกรรมของแม่ได้ หนูกราบขอบารมีหลวงตาด้วย สมาธิหนูตอนนี้ก็ไม่ค่อยได้ความเท่าไหร่

หนูพยายามนำเรื่องแม่มาพิจารณาเหมือนกันก็ยังไม่ได้ผล หนูไม่อยากทำเวรทำกรรมกับพระอรหันต์ของหนู

และหนูก็ตั้งใจที่จะตอบแทนพระคุณท่านจนถึงที่สุด

 

ตอบ


แม่เป็นคนป่วย เราเป็นคนดีปกติ ไม่ควรแสดงกิริยาผิดปกติต่อคนไข้ซึ่งไม่ปกติในธาตุขันธ์และจิตใจ

การขอรับประทานบ่อยและการเอาตามใจตัวเอง นั่นเป็นอาการระบายความทุกข์ทรมานของคนป่วย

แต่ละครั้งแต่ละอาการต่อลูกๆ ผู้เป็นคนดีปกติทางธาตุขันธ์ จึงควรเห็นใจให้ความอบอุ่นแก่ท่าน

ท่านหวังพึ่งลูกๆทุกอย่างทั้งเป็นทั้งทุกข์ทั้งตาย ไม่มีที่พึ่งไม่มีที่เรียกร้องนอกจากลูกๆของตนเท่านั้น

  

คนอื่นก็เป็นคนอื่นแม่ก็ทราบว่าเป็นคนอื่น จึงไม่รบกวนใครๆนอกจากลูกๆของตนเท่านั้น พระคุณของแม่

ล้นฟ้าล้นแผ่นดินที่ควรเทิดทูนสุดหัวใจ แต่คุณของความโมโหโทโสความดุด่านั้นไม่มี นอกจากมี

แต่โทษล้วนๆของมันเท่านั้น จึงไม่ควรเอาความดุมาแข่งพระคุณของแม่ต่อไปอีก ที่เป็นมาแล้วก็ควร

ยอมรับว่าผิดต่อแม่ ความโมโหความดุจะหมอบหัวลง ไม่โผล่หัวขึ้น แผ่พังพานต่อสู้กับผู้มีพระคุณล้นฟ้า

อีกต่อไป อาหารที่หามาให้ท่านไม่ทันหรือหามาไม่ได้ ก็บอกท่านโดยดีว่าไม่ทันไม่ได้ พร้อมกับ

การแสดงกิริยานุ่มนวลต่อท่านสมกับเราเป็นลูกผู้ดีของท่านที่ไว้ใจ ลงใจในเราจนฝังใจชนิดถอนไม่ขึ้น

  

จงเมตตาท่านสุดหัวใจตลอดไป อย่านำยาพิษคือกิริยาไม่ดีและดุด่ามาเป็นคู่แข่งพระคุณท่าน

และเผาลนท่านให้แสลงตาแสลงใจได้ทุกข์เพราะเราอีกต่อไป

 

เรากวนท่านตอนอยู่ในห้อง ตกคลอกออกมา เวลายังเด็กยังเล็กจนรู้เดียงสาและบัดนี้ กวนมาก ยุ่งมาก

วุ่นวายท่านมาก ไม่มีใครยุ่งวุ่นวายเกินลูกๆ ยุ่งวุ่นวายพ่อ – แม่ กรุณาทบทวนให้ละเอียดระหว่างเรา

กับแม่กวนกัน วุ่นวายกันเรื่อยมา ความดุความต่ำที่เคยมีในตัวเรากับแม่จะไม่เป็นคู่แข่งกันอีกต่อไป

จะมีแต่ความเมตตากรุณาอันเป็นธรรมความชุ่มเย็นล้วนๆ ต่อกันจนอวสาน


                                    *******

    

    "สุขสันต์วันแม่ทุกท่าน" ค่ะ 

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
  ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
จำนวนข้อความทั้งหมด:  88
<
1
2
3
4
5
6
7
8
9
>
แสดงความคิดเห็น
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 51  « on 13/8/2556 22:53:00 IP : 27.145.188.119 »   
Re: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
 

ขอบพระคุณพี่คนแอบอ่านอย่างสูงที่ช่วยให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงบรรยากาศในงานหลวงตา และขอน้อมรับบุญกุศลที่เผื่อแผ่มาให้พวกเราทุกคนครับ

สาธุ สาธุ

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
ปุถุชน

Posts: 1 topics
Joined: 8/5/2556

ความคิดเห็นที่ 52  « on 14/8/2556 7:01:00 IP : 202.29.26.248 »   
Re: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
 

ขอบพระคุณพี่คนแอบอ่านอย่างสูงยิ่งครับผม

ขออนุญาตร่วมมุทิตาจิตกับผู้ร่วมบุญทุกท่านและขอน้อมรับบุญกุศลที่พี่คนแอบฯเผื่อแผ่ให้ในครั้งนี้ด้วยครับผม

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
เหลิม

Posts: 2 topics
Joined: 18/5/2555

ความคิดเห็นที่ 53  « on 14/8/2556 8:10:00 IP : 134.204.208.36 »   
Re: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
 

แพ็คคู่ขอร่วมอนุโมทนา ด้วยครับ

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ความคิดเห็นที่ 54  « on 15/8/2556 11:33:00 IP : 180.183.17.134 »   
Re: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
 


นักปฏิบัติ หลงติดอยู่ที่ความพอใจ และไม่พอใจ เป็นเครื่องอยู่
เอาความพอใจ และไม่พอใจเป็นเครื่องอยู่
เมื่อพอใจ ได้สมใจก็เป็นสุข
เมื่อไม่พอใจก็เกิดทุกข์
แต่ทั้งสุขและทุกข์ ก็ยังเป็นเงื่อนของสมมุติ

ไม่มีใครคิดที่จะอยู่ตรงกลาง ระหว่างสุขกับทุกข์
เพราะตรงนั้นไม่มีทั้งความพอใจ และไม่พอใจ
แต่เป็นความพอ พอดี
ผู้ที่หลงเพลิน เล่นอยู่กับความพอใจ และไม่พอใจ
จึงได้หนังสือเดินทางแห่งการท่องเที่ยวของภพชาติติดตัวไปตลอด
ความพอใจ และไม่พอใจ เป็นอาหารชั้นยอดเยี่ยมของกิเลส

คุณแม่จันดี โลหิตดี

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 55  « on 15/8/2556 12:44:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
 
คนแอบอ่าน Talk:

...

ผู้ที่หลงเพลิน เล่นอยู่กับความพอใจ และไม่พอใจ
จึงได้หนังสือเดินทางแห่งการท่องเที่ยวของภพชาติติดตัวไปตลอด
ความพอใจ และไม่พอใจ เป็นอาหารชั้นยอดเยี่ยมของกิเลส

คุณแม่จันดี โลหิตดี



ผู้เป็นที่แหล่งกำลังใจของนักปฏิบัติฝ่ายอุบาสิกาก็มีอันต้องจากไปอีกท่านหนึ่ง

...ครูบาอาจารย์ก็มีแต่จะล่วงไป ๆ

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 56  « on 15/8/2556 21:42:00 IP : 27.145.188.119 »   
Re: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
 


รอบ ๆ เมรุที่พระราชทานเพลิงสรีระองค์หลวงตา เต็มไปด้วยน้ำ แต่ลูกศิษย์หลวงตาก็ยังแน่นศาลา โรงทานก็มาก หนังสือเล่มหนาชื่อ "สู้ไม่ถอย ฉบับ ๑๐๐ ปี ชาตกาล หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน"  ก็มีการแจกจ่ายกันอย่างจุใจ เพราะคราวนี้ท่านเจ้าอาวาสบริหารเอง จึงไม่ให้มีการตั้งราคาหนังสือ ทำกันตามกำลังศรัทธาและกำลังทรัพย์ น่าอนุโมทนากับคณะผู้จัดทำและคณะผู้ดำเนินการเผยแผ่ตามนโยบายขององค์หลวงตา

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
เหลิม

Posts: 2 topics
Joined: 18/5/2555

ความคิดเห็นที่ 57  « on 21/8/2556 7:59:00 IP : 134.204.208.36 »   
Re: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
 

   แพ็คคู่ขออนุโมทนากับพี่คนแอบอ่านครับ

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ความคิดเห็นที่ 58  « on 28/9/2556 16:48:00 IP : 180.183.23.55 »   
Re: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
 


 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ความคิดเห็นที่ 59  « on 5/10/2556 10:02:00 IP : 180.183.224.105 »   
Re: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
 


 

          หลวงพ่อคะ การที่คนเราป่วยแล้วกินยา อย่างนี้จะถือว่าเป็นการบำรุงกิเลสหรือเปล่าคะ

            กินอย่างอื่นบำรุงกิเลสหรือเปล่าล่ะ

          บำรุงค่ะ ก็บำรุงให้มีตัวมีตนอยู่

            พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้บ้างหรือเปล่าว่าเภสัชน่ะ ถ้าหากว่าเภสัชนี่เป็นการบำรุงกิเลส พระพุทธเจ้าก็สอนโลกให้บำรุงกิเลส ไม่ได้สอนโลกให้แก้กิเลสละซิ

            การที่เรารักษาตัวนี่ คงไม่เป็นที่ว่าเป็นการบำรุงกิเลสนะคะ

           ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร จะแก้ว่าไง

           คือไม่ถือว่าเราเป็นตัวตน โดยถือเอาเราเป็นใหญ่อย่างนี้ใช่ไหมคะ

           ก็เรารักษาไว้เพื่อปฏิบัติธรรม เราไม่ได้รักษาไว้เพื่อบำรุงกิเลส ก็คงไม่เป็นเรื่องของกิเลส ถ้าเรารักษาไว้เพื่อเรื่องของกิเลส แม้จะไม่บอกว่าบำรุงกิเลส ก็คือการบำรุงกิเลสอยู่นั่นแล ยานี้มันน้อยไป...เอายามาแก้โรคภัยนี่ เอาอาหารดีๆ มาให้พระฉัน ไม่ใช่เอามาบำรุงพระจนหมดวัดแล้วหรอ เพราะฉะนั้นพระจึงเป็นกองกิเลส คลังกิเลสอยู่ในนั้น เพราะได้สิ่งบำรุงจากญาติโยม ถ้าจะพูดไปอย่างนั้น มันก็เป็นอย่างนั้น แต่นี่ในหลักบิณฑบาตท่านก็สอนไว้แล้ว บิณฑบาตที่ฉันนี้ พอยังอัตภาพให้เป็นไป เพื่อระงับดับทุกขเวทนาที่มีอยู่ก่อนแล้วให้ระงับดับลงไป เพื่อจะได้บำเพ็ญสมณธรรม แน่ะท่านก็บอกไว้แล้วใน ปฏิสังขาโยฯ ถ้าเราจะฉันเพื่อความอ้วนท้วนสวยงามมันก็เป็นกิเลส แต่ถ้าฉันโดยคำนึงถึงหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้นี้ก็ไม่เป็นกิเลส หากเป็นธรรม คือพอยังอัตภาพให้เป็นไปเท่านั้น แล้วมีอะไรอีก ทำไมจึงมาสงสัยยา ให้แล้วก็กลัวจะมาบำรุงกิเลสหลวงตา ถ้าไม่ให้ยาหลวงตาบัวตายเสียแล้ว มันดีแล้วหรือนั่น หากว่าไม่ดีก็เอามาซิ นั่นสิ พูดให้หลวงตาบัวทวงเอายานี่น่า แล้วก็อยากให้หลวงพ่ออยู่นานๆ พอเอายามาขวดเดียวทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ฉันเลยจะบำรุงกิเลสแล้ว

             คือว่าธรรมชอบมีปัญหาให้คิดสองแง่สองมุมค่ะ

             คิดนั่นแหละดี ใช้ปัญญานั่นแหละคิด คิดให้ดี คิดเพื่อหาหลักหาเกณฑ์หาที่ยุติ อย่าคิดแบบเตลิดเปิดเปิงก็แล้วกัน ถ้าคิดแบบเตลิดเปิดเปิงมันก็ลอยลม ใช้ไม่ได้ คิดหากหลักเทียบเคียงหาเหตุผลเพื่อยุติ ถ้าถูกต้องแล้วก็ยุติ

(ยังมีต่อค่ะ)

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ความคิดเห็นที่ 60  « on 29/10/2556 15:06:00 IP : 180.183.23.245 »   
Re: ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม โดย หลวงตามหาบัว.........
 


 

...................................................................................................................

 คนเราความอยากมากเท่าไร กำลังวังชาความขยันหมั่นเพียรยิ่งมีมากขึ้นไปตามความอยากนั้น อย่างนักภาวนานี่นะ การภาวนามันมีหลายขั้นหลายพูมิ ภาวนาขั้นพื้นๆ ธรรมดาๆ มันขี้เกียจ พอจะเริ่มนั่งภาวนาตาก็สอดส่ายมองหาหมอนแล้วมองดูนาฬิกา ทั้ง ๆ ที่นาฬิกาก็มีดั้งเดิมของมันอยู่แล้ว แต่ก่อนก็ไม่เป็นไร พอจะเริ่มปึ๊บกิเลสตี่นี่ปั๊บให้มองขึ้นโน่น แล้วกิเลสตีนี่ปั๊บให้มองหาหมอน แล้วมันตีปุ๊บ เสื่ออยู่ไหน นี่กิเลสมันตีไม่รู้นะ มันขี้เกียจ คือยังไม่เห็นผล

เหมือนเราบังคับให้เด็กทำงานนั่นแหละ เด็กยังไม่เคยเห็นผลของงานก็เลยขี้เกียจ พอผู้ใหญ่เผลอก็เถลไถลไม่ยอมทำงาน ทีนี้พอเด็กโตขึ้นมาและรู้เรื่องการงานเห็นผลของงานแล้วก็ค่อยขยัน

อย่างเราๆ ท่าน ๆ นี่ไม่ต้องมีใครมาบอก เราก็ทำได้เพราะเรารู้เหตุผลของมันอยู่แล้ว ยากเราก็อุตส่าห์พยายาม ทีนี้การภาวนาก็เหมือนกัน พอเริ่มเห็นผลแล้วความอยากก็จะเริ่มเข้า ความอุตส่าห์พยายามความพากเพียร ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปทางด้านธรรมะก็จะเพิ่มกันเข้ามา เพิ่มกันเข้ามา อยากเรื่อยๆ แล้วก็เห็นผลขึ้นไปเรื่อย ทำเรื่อยไม่หยุดไม่ถอย ผลก็ยิ่งเด่นขึ้นๆ ที่นี่ ความอยากอันนี้ยิ่งไม่มีเวล่ำเวลา นี่จึงเรียกว่าเวลาของธรรมมีมาก พลังของมรรคคือความอยากอันนี้มีมากต้องเป็นเครื่องเสริมกัน สติปัญญาก็เพิ่ม ความเพียรก็เพิ่ม เพิ่มทางมรรคคือเพิ่มทางด้านธรรมะเพื่อฆ่ากิเลส

จนกระทั่งท่านกล่าวไว้ในสังโยชน์เบื้องบนว่า อุทธัจจะ นี้เป็นไปในอริยบุคคลขั้นสูง คือความอยากที่จะหลุดพ้นโดยถ่ายเดียวมีกำลังมากที่สุด ชีวิตจิตใจไม่มีคุณค่ายิ่งกว่าความหลุดพ้นไปเสียเท่านั้น และคำว่าแพ้กิเลสนี้จะมีไปได้นอกจากให้ตายเสียเท่านั้น จะเอาชนะอย่างเดียว กิเลสตัวไหนมาเถอะ บอกเหมืนอกับว่ากวักมือเรียกมาเลย เมื่อถึงขั้นนั้นแล้วท่านเพลินในความพากความเพียรเพราะความอยากหลุดพ้นจากทุกข์เป็นกำลัง ความอยากมากเท่าไรความเพียรยิ่งหมุนติ้วๆ ๆ นี่ละความอยากที่เป็นมรรค คือมรรคละเอียดเท่าไรความอยากยิ่งละเอียดลออ ยิ่งสุขุมคัมภีรภาพ ยึดกันเป็นสายยาวเหยียดไปเลย เกี่ยวเนื่องกันไมีถดถอยเลย

 แต่ดิฉันไม่ได้เป็นอย่างหลวงพ่อนี่คะ 

  ไม่เป็นก็ช่างเถอะ เราพูดตามเรื่องของพระพุทธเจ้านี่นะ เราเดินตามพระพุทธเจ้าซิ

 ดิฉันก็อยากจะดีอยากจะได้แต่พอจุดธูปก็หาว ทำวัตรเย็นได้ครึ่งเดียวก็สัปหงก บางทีสวดแล้วก็ลืมต้องถาม

 พอจุดธูปแล้วเสียงดังครอกเลยใช่ไหม

  พอทำวัตรเย็นไปได้ครึ่งบางทีหลับไปไม่รู้ตัว เลยต้องถามคนข้างหลังอีกที

  นั่นมันตกภวังคหลวงแล้วละ

  ดิฉันทำไมกิเลสจึงหนักหนาเอาเสียเหลือเกิน แก้ได้ไหมคะหลวงพ่อ

  ถ้าจะแก้แบบนั้นแก้จนกระทั่งวันตายก็ไม่ได้ ถ้าพอจุดธูปแล้วครอกนี่จนกระทั่งวันตายก็ไม่ได้ เราบอกตรงๆ เลยนะ ถ้าแก้โดยบอกตนเองว่า กูเคยนอนตั้งแต่วันเกิด กูจะภาวนา เท่านั้นได้ เข้าใจไหม ไม่ครอกแหละถ้าแบบกุ๊กกั๊กครอก โอ๊ยวันตายไม่ว่าใครทั้งนั้นแหละ....เสร็จ ดีไม่ดีกิเลสมือเป็นไฟไปแล้ว หั่นหัวหอมไม่ทันเราขึ้นบนเขียงคอยมันอยู่แล้ว มันหั่นหัวหอมหัวกระเทียมไม่ทันเลยละ.....กิเลสน่ะ มันจะขยำเราเข้าใส่นั่นเข้าใจไหมล่ะ โอยกิเลสรำคาญแบบนี้อย่าเลย

  และพอสวดต่อไปจนจบ มาดูทีวีทำไมตามันสว่างได้คะ

  นั่นน่ะตานรกรู้จักไหม ตานรกมันสว่างนะ ไฟเผามัน มันนอนไม่ได้ว่าไงล่ะ

  หลวงพ่อช่วยแผ่บารมีมาให้ดินฉันด้วยนะคะ ให้กิเลสมันหมดไปมั่ง

 ไม่แผ่ คนจะขี้เกียวจ ไม่สนคนขี้เกียจ อะไร ๆ ก็ท่านจะแผ่ให้ อะไร ๆ ก็ท่านจะแผ่ให้ แล้วเราก็สนุกนอนแผ่สองสลึงนั่นน่ะ

จากหนังสือ คำถาม-คำตอบ ปัญหาธรรม โดย ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้าตาด อุดรธานี  (พิมพ์ พ.ศ.๒๕๓๓)

 

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
 
<
1
2
3
4
5
6
7
8
9
>
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกก่อนโพสข้อความค่ะ
»
คลิ๊กที่นี่
   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  



Online: 7 Visits: 13,508,610 Today: 457 PageView/Month: 6,337