luangpudu.com / luangpordu.com
 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

หลวงปู่ท่านสอนเสมอว่า ไม่มีปาฏิหาริย์อันใดจะอัศจรรย์เท่ากับการฝึกหัดอบรมพัฒนาตนเองจากความเป็นปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชนตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ทั้งหลักศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือการพัฒนาความสามารถในการมีความสุขของตนให้ละเอียดประณีตยิ่งขึ้น กระทั่งถึงภาวะความสุขชนิดที่จะไม่กลับกลายเป็นความทุกข์ได้อีก นั่นก็คือพระนิพพาน

คณะผู้จัดทำฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้มาเยือน Website แห่งนี้ จะได้รับความอิ่มเอิบใจและปีติกับเรื่องราวและธรรมะคำสอนของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ รวมทั้งเกิดศรัทธาและพลังใจในการขวนขวายปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อให้ใจได้สัมผัสธรรม และมีธรรมเป็นที่พึ่งตลอดไป

(โปรดแลกเปลี่ยน/แสดงทัศนะอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นธรรมะคำสอนที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของดเว้นบทความหรือเรื่องราวเกี่ยวกับวัตถุมงคลที่เป็นไปในเชิงพาณิชย์หรือปาฏิหาริย์ที่มิได้วกเข้าหาธรรม)

   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  
Started by
Topic:   รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม  (Read: 292237 times - Reply: 289 comments)   
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
« Thread Started on 14/5/2556 7:59:00 IP : 203.148.162.151 »
 

ถึงวันนี้ เว็บ luangpudu.com / luangpordu.com ซึ่งมีการตั้งชื่อเล่นจากเพื่อน ๆ สมาชิกว่า "บ้านหลวงปู่อมยิ้ม" ก็เปิดประตูบ้านมานานกว่า ๓ ปีแล้ว มีเพื่อน ๆ มาเป็นสมาชิกร่วม ๙๐๐ คน

ลุงสิทธิ์มาสังเกตว่าลุงสิทธิ์เขียนโม้อยู่คนเดียวเสียเป็นส่วนมาก (เขียนไปตั้งกว่า ๕๐๐ กระทู้)  จึงอยากได้ยินเรื่องเล่าจากสมาชิกบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ที่ตัวเองหรือคนใกล้ตัวเจอะเจอสิ่งกระทบต่าง ๆ แล้วอาศัยอุบายธรรมอะไรในการรักษาใจ

ลุงสิทธิ์ตระหนักเสมอว่าปัญญาแท้นั้นไม่ได้เกิดจากการอ่านมากหรือฟังมาก นั้นเป็นเพียงปัญญาขั้นต้น หากแต่เกิดจากการรักษาใจ (ผ่านการเจริญสติและปัญญา) ในเวลาที่เจอะเจอสิ่งกระทบซึ่งเป็นเหมือนแบบฝึกหัด ซึ่งถ้าผ่านแบบฝึกหัดมามาก สติปัญญาก็ยิ่งได้รับการฝึกฝนให้เฉียบคมมากขึ้น ดังที่ครูบาอาจารย์มักอุปมาว่า "สิ่งกระทบหรือแบบฝึกหัดเป็นเหมือนหินลับสติปัญญา"

นอกจากนี้ ลุงสิทธิ์ก็ยังเชื่ออีกว่า จุดอ่อน (กิเลส) เช่นความกลัวของแต่ละคน ย่อมแตกต่างกัน ปัญหาเล็ก ๆ ของคน ๆ หนึ่ง อาจเป็นปัญหาใหญ่ของอีกคนหนึ่ง สำหรับผู้ต้องการฝึกฝนอบรมตนแล้ว ย่อมไม่ปรารถนาให้จุดอ่อนเหล่านั้นติดตัวตัวเองไปจนตาย (แม้บางครั้งอาจให้เหตุผลให้ตัวเองสบายใจว่า เอาไว้ละทีหลังก็ตาม) การยอมรับในจุดอ่อนที่แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่เป็นจุดร่วมก็คือการเดินไปบนหนทางของการพัฒนาตน ทั้งเรื่องกายวาจา (ศีล) คุณภาพของจิต (สมาธิ) และปัญญา

ลุงสิทธิ์อารัมภบทมามากพอสมควร (หรืออาจเกินควร) แล้ว จึงอยากรับฟังเรื่องเล่าอันอาจจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ สมาชิก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชวนให้เศร้า แล้วระงับหรือบรรเทาความเศร้าไว้ได้ เรื่องที่ชวนให้โกรธ แล้วระงับหรือบรรเทาความโกรธไว้ได้ เรื่องที่ชวนให้ลุ่มหลง แล้วระงับหรือกลับตัวให้คลายหลงได้ ฯลฯ

น้องเอสกิโมซึ่งอยู่ขั้วโลกเหนือ อยู่กับกองหิมะ เจอะเจอผู้คนน้อย ก็ใช่ว่าจะมีสิ่งกระทบน้อยนะ เพราะสิ่งกระทบที่มาทางใจโดยตรง ก็อาจมีมากไม่แพ้ช่องทางตา หู ฯลฯ คุณพ่อน้องพลอยสวยก็คงมีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของผู้เป็นพ่อ และอีก ๆ หลาย ๆ คนที่มีลูกเล็กลูกโต สิ่งกระทบที่เจอะเจอในที่ใกล้ตัว หรือแม้แต่ในวัดในวา ฯลฯ สิ่งกระทบที่อยู่ในประเทศ และนอกประเทศ (กรณีนอกประเทศนี่คงต้องให้เป็นการบ้านของคุณคนแถวหลัง ป้าน้อง หลานเอมี่ รวมทั้งน้องเอสกิโม) หรือสิ่งกระทบในแวดวงที่ทำงาน ก็ต้องถามคุณ DRAGON ฯลฯ หรือจะเป็นแวดวงการศึกษา ....ต้องถามใครล่ะ  อีกทั้งประสบการณ์ของคนที่ทำบ้านให้เป็นวัดอย่างน้องพุทธธิดา (และเชื่อว่าอีกหลาย ๆ คน) สารพัดเรื่องที่น่าจะนำมาเล่าสู่กันฟัง 

เชิญทุกท่านช่วยกันทำให้บ้านหลวงปู่อมยิ้มที่เหมือนมีชีวิตอยู่แล้วนี้ให้มี "ชีวา" ด้วยนะครับ 

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
  ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
จำนวนข้อความทั้งหมด:  110
 First page 
<
5
6
7
8
9
10
11
>
แสดงความคิดเห็น
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 91  « on 28/4/2557 7:33:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ท่านเจ้าอาวาสวัดพะโคะ พร้อมด้วยพระภิกษุและสามเณรน้อย รวมจำนวนกว่า ๘๐ รูป มาเยือนวัดสะแก และได้ฉันภัตตาหารใกล้บริเวณหน้ากุฏิหลวงปู่ ทางบุคลากรที่มาช่วยต้อนรับปฏิสันถารก็ได้นำหนังสือรอยธรรม คำย้ำเตือน หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ มาถวายจนครบองค์

พูดถึงวัดพะโคะ วัดนี้เป็นอีกวัดหนึ่งที่เคยเป็นที่จำพรรษาของหลวงปู่ทวด และยังเป็นต้นเริ่มของเหตุการณ์ที่ทำให้หลวงปู่ทวดถูกขนานนามว่า "หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด" เพราะความที่โจรสลัดมาจับตัวท่านไปจากวัดพะโคะ (เพราะเหตุใคร่จะลองดีเพราะเห็นท่านแปลกกว่าผู้อื่น) แต่เมื่อเรือแล่นออกไปแล้ว มีเหตุ (คือปาฏิหาริย์ของหลวงปู่ทวด) ทำให้เรือไม่อาจแล่นต่อไปได้อีก เรือต้องจอดนิ่งอยู่นานกระทั่งน้ำดื่มหมด หลวงปู่ทวดจึงหย่อนขาลงเป็นในน้ำทะเลเป็นวงให้โจรสลัดตักเอาน้ำบริเวณนั้นซึ่งกลายเป็นน้ำจืดให้ได้ดื่มกินดับกระหาย พวกโจรจึงพากันขอขมาท่านแล้วพาท่านขึ้นฝั่ง

จังหวัดสงขลามีวัดที่เกี่ยวเนื่องกับหลวงปู่ทวด ที่สำคัญก็มี ๒ วัด ซึ่งเป็นที่รู้จักกัน ได้แก่ ๑. วัดพะโคะ  ๒. สำนักสงฆ์ต้นเลียบ (สถานที่ฝังรกของหลวงปู่ทวด)

ส่วนวัดช้างให้นั้นอยู่จังหวัดปัตตานี วัดนี้ทำให้หลวงปู่ทวด พระเถระสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งหายไปกับประวัติศาสตร์ ได้กลับมาเป็นที่รู้จักกันอีกครั้ง จากเรื่องราวที่ปรากฏพบในพงศาวดาร พร้อมเรื่องราวปาฏิหาริย์ที่ไม่รู้จบ

ก่อนหลวงปู่ดู่จะละสังขาร ท่านให้ลูกศิษย์ไป (ชำระหนี้สงฆ์พร้อมกับ) อัญเชิญก้อนดินจากวัดทั้งสามแห่งนี้ มารวมกับก้อนดินที่วัดสะแก วัตถุประสงค์เป็นเช่นไรก็เกินวิสัยที่เรา ๆ จะคาดคะเน 

เล่าสู่กันฟังครับ

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
น้อง

Posts: 5 topics
Joined: 17/3/2554

ความคิดเห็นที่ 92  « on 28/4/2557 22:39:00 IP : 171.98.177.107 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 
วางการคาดคะเน แล้วเล่าต่อค่ะ เล่าเรื่อง เครื่องเกาะ เครื่องอาศัย วิหารธรรม ฟังไม่เบื่อเลยแม้ไม่ค่อยทำ(โปรดอ่านเบาๆ) จึงยังไต่ขอบด้งอยู่
 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
น้อง

Posts: 5 topics
Joined: 17/3/2554

ความคิดเห็นที่ 93  « on 29/4/2557 12:14:00 IP : 171.98.177.107 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 
เล่าเรื่องเครื่องเกาะ เครื่องอาศัย วิหารธรรม เรื่องเวียนว่ายตายเกิด เรื่องไต่ขอบด้ง เรื่องแก่เจ็บตาย เรื่องไก่ออกจากสุ่มค่ะ
 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 94  « on 12/5/2557 13:00:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 


วันนี้จะขอเล่าถึงเพื่อนสหธรรมิกต่างวัยของลุงสิทธิ์ เป็นคุณยายชาวสวนคนหนึ่งอยู่ที่จันทบุรี

ปัจจุบันคุณยายมีอายุ ๙๑ ปี แม้สังขารจะร่วงโรยไปมาก แต่โดยรวมก็นับว่ายังแข็งแรงมาก เพราะสามารถเดินไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องมีใครประคอง ยิ่งเวลานั่งสมาธินี่ ตัวตรงทีเดียว 

คุณยายมักชอบพูดหยอกกับเพื่อน ๆ ลุงสิทธิ์ว่า คุณยายกับลุงสิทธิ์เป็นนักปฏิบัติรุ่นเดียวกัน (ทั้ง ๆ ที่อายุห่างกันร่วมครึ่งทศวรรษ) เวลาใครมาสงสัยถาม ลุงสิทธิ์ก็จะบอกว่า คุณยายคงประเมินจากตีนกา หรือไม่ก็จัดลุงสิทธิ์อยู่ในรุ่นหนึ่งเนื้อว่านเหมือนกันละมัง ^_^

ที่บ้านคุณยาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่สาวและลูกชายของคุณยาย นับว่าปฏิบัติธรรมเข้มแข็ง

 
ตัวพี่สาวของคุณยายได้สร้างตำนาน คือ เมื่อราว ๓๐ ปีมาแล้ว พี่สาวคุณยายเดินจงกรมอยู่ที่วัด อยู่ ๆ ได้ล้มลงเสียชีวิต (ด้วยวัยประมาณ ๗๐ ปี) ส่วนลูกชายเป็นคนไม่ชอบปฏิบัติธรรมที่วัด หากแต่ชอบติดตามพระธุดงค์ นี่ก็เพิ่งเสียชีวิตปีนี้เอง (คุณยายเล่าว่า ลูกชายตายไปแล้วมาบอกคุณยายว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ชั้นพรหม)

ตัวคุณยายเองได้สมญานามจากคนวัดว่า "คุณยายฌาน ๔" เพราะตั้งแต่ที่คุณยายมาปฏิบัติภาวนาที่วัดด้วยวัยราว ๗๐ ปี คุณยายก็สามารถนั่งสมาธิรวดเดียวได้ครั้งละ ๒-๓ ชั่วโมง คุณยายบอกว่ามันจะปวดก็ช่างหัวมัน นั่งไปกระทั่งวางกายให้ได้ แล้วมันก็จะสว่างไสวขึ้นมา

ทุกวันนี้ ไม่มีลูกชายที่จะพาคุณยายไปถือศีลภาวนาที่วัดดังแต่ก่อน คุณยายก็เลยอยู่กับลูกหลาน ภาวนาอยู่แต่ที่บ้าน

ลุงสิทธิ์เพิ่งจะมีโอกาสไปเยี่ยมคุณยายเมื่อไม่กี่วันมานี้ คุณยายเล่าว่า ยายอายุ ๙๑ ปีแล้ว สังขารภายในมันไม่ดีสักอย่าง หากกังวลกับมัน คงต้องทุกข์ใจมาก แต่ยายดูมันไปเรื่อย มันจะเสื่อมก็ดูมันไป อยู่กับสติ อยู่กับสมาธิ อยู่กับปัญญา มันสว่าง มันสบ๊าย สบาย

ก่อนกลับ คุณยายบอกว่าดีใจ อิ่มใจ ที่ได้เจอกัน (เพราะไม่ได้พบกันมาหลายปีแล้ว) และไม่นึกว่าจะมีใครดั้นด้นมาเยี่ยมยายถึงที่บ้านสวน คุณยายเปรยว่าก็ไม่รู้ว่าจะตายจากกันเมื่อไร สังขารมันจะไม่ไหวแล้ว ยายฝากให้ทำให้สว่าง ๆ เข้าไว้นะ

บันทึกไว้ถึงชีวิตชาวบ้านคนหนึ่งที่ไม่ธรรมดา

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 95  « on 16/5/2557 9:04:00 IP : 1.46.128.93 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 


เช้านี้ เห็นภาพข่าวพระสงฆ์รูปหนึ่งเป็นเจ้ามือรับแทงพนันงานบุญบั้งไฟ เห็นแล้วก็น่าสลดใจ ทำให้นึกถึงหลวงพ่อชา ที่เคยแสดงทัศนะเมื่อนานมาแล้วว่าท่านไม่เห็นประโยชน์ของงานบุญบั้งไฟ ท่านชี้ให้ชาวบ้านรู้จักพิจารณาถึงสิ่งที่ทำสืบ ๆ กันมาว่าบางอย่างอาจเป็นวัฒนธรรมที่ดีงาม ในขณะที่บางอย่างก็หาสาระประโยชน์มิได้ นอกจาก "ความบันเทิง" มาถึงสมัยนี้ลุงสิทธิ์ต้องเติมคำว่า "การพนัน" เข้าไปด้วย

ก็เพราะวัตถุประสงค์ที่เบี่ยงเบนไป จากเดิมที่เป็นประเพณีเพื่อขอฝน มาเป็นกิจกรรมการพนัน ทำให้มีการแข่งกันผลิตบั้งไฟที่มีกำลังแรงเพื่อให้ขึ้นสูงกว่าบั้งไฟของคู่แข่ง การอัดดินประสิวหรือดินระเบิดเข้าไปมาก ๆ โดยขาดความเชี่ยวชาญเพียงพอ จึงก่อให้เกิดอันตรายถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตกันแทบทุกปี ปีหนึ่ง ๆ มีการจัดงานบุญบั้งไฟในแถบอีสานหลายร้อยครั้ง มีอุบัติเหตุบั้งไฟแตกกันถ้วนหน้า

อะไร ๆ พระพุทธองค์ก็ทรงสอนไว้หมด สิ่งที่ทำสืบ ๆ กันมา ท่านก็ให้พิจารณา คือให้พิจารณาว่ามีคุณค่าควรแก่การทำสืบต่อ ๆ กันไปหรือไม่ หรือจะปรับปรุงอย่างไรเพื่อให้เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามและมีคุณค่าต่อจิตใจของชุมชนอย่างแท้จริง 

...งานบุญบั้งไฟ เป็นบุญที่ตรงไหน?

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
supa

Posts: 2 topics
Joined: 17/5/2554

ความคิดเห็นที่ 96  « on 16/5/2557 8:58:00 IP : 180.183.203.43 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

แม้งานบวชแถวหมู่บ้านส่วนมาก ผู้คนฟ้อนรำแห่ขบวนนาคอย่างสนุกสนาน ล้มวัว หมูทั้งตัว เหล้าเบียร์นำมาใช้เป็นลังๆ คิดอยู่ว่าเมื่อลูกชายจะบวชจะดำเนินการอย่างไร เพื่อนบ้านจึงจะเข้าใจ มีอะไรให้มองเยอะมาก หลวงปู่สอน ให้แก้ที่เราค่ะ

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
เพียงดิน

Posts: 156 topics
Joined: 13/9/2553

ความคิดเห็นที่ 97  « on 16/5/2557 12:12:00 IP : 158.34.240.18 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 
สิทธิ์ Talk:

...อะไร ๆ พระพุทธองค์ก็ทรงสอนไว้หมด สิ่งที่ทำสืบ ๆ กันมา ท่านก็ให้พิจารณา คือให้พิจารณาว่ามีคุณค่าควรแก่การทำสืบต่อ ๆ กันไปหรือไม่ หรือจะปรับปรุงอย่างไรเพื่อให้เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามและมีคุณค่าต่อจิตใจของชุมชนอย่างแท้จริง 

...งานบุญบั้งไฟ เป็นบุญที่ตรงไหน?



ชวนคิด- การบูชาไฟนั้น หาได้เป็นการบูชาสูงสุดไม่

หากเป็นเช่นนั้น คนเผาถ่าน คนเผาศพ ก็สมควรจะได้รับยกย่องว่าเป็นผู้บูชาไฟยิ่งกว่าพราหมณ์

หากการบูชาไฟเป็นการบูชาสูงสุด การเผาบ้านเมืองก็คงได้บุญสูงสุด แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่

หากการบูชายัญจะเป็นบุญสูงสุดจริง พราหมณ์ก็น่าจะเผาตนเองถวายเป็นเครื่องบูชา แต่พราหมณ์กลับบูชาด้วยชีวิตของผู้อื่น เหตุใดจึงไม่เผาตนเองเล่า 

ชวนคุย- พรหมเป็นผู้ทรงคุณยิ่งใหญ่ เป็นผู้สร้างโลก 

ชวนคิด-  หากพรหมสร้างโลกจริง ไฉนจึงสร้างให้โลกมีความทุกข์ ทำไมไม่สร้างให้โลกมีแต่ความสุข

ทำไมพรหมไม่สร้างให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน เหตุใดจึงแบ่งคนเป็นชั้นวรรณะ  คนที่อยู่ในวรรณะต่ำเช่นศูทร จะไม่มีโอกาสมีความสุขเท่าเทียมผู้อื่นได้เลย

พราหมณ์ต่างหากที่พยายามยกย่องวรรณะของตนขึ้นสูงและเหยียดหยามผู้อื่นให้ต่ำกว่า โดยอ้างว่าพราหมณ์เป็นผู้รับใช้พรหม เช่นนี้จะถือว่าพราหมณ์ทรงคุณยิ่งใหญ่ได้อย่างไร

 จากภูริทัตชาดก

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 98  « on 19/5/2557 8:14:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

เช้านี้ลุงสิทธิ์อยากจะชักชวนให้ทบทวนความหมายของคำว่า "ธรรม" ซึ่งท่านพระพรหมคุณาภรณ์ได้อธิบายไว้อย่างเป็นประโยชน์มากทีเดียว

กล่าวโดยสรุปคือ ธรรมส่วนที่เป็นธรรมชาติ กับธรรมส่วนที่เน้นมาที่ตัวเรา

ส่วนที่เป็นธรรมชาติก็แยกเป็นสอง คือ ตัวสภาวธรรม หรือที่เรียกว่า ธรรมชาติ (คือทุกสิ่งทุกอย่างทั้งรูปธรรมนามธรรม) นั้นแหล่ะ เวลาพระพุทธองค์ตรัสว่าสัพเพธัมมาอนัตตา ก็หมายถึงธรรมในความหมายนี้ ตัวที่สองคือความเป็นไปของธรรม (ชาติ) บ้างก็เรียกว่ากฎธรรมชาติ บ้างก็เรียกว่ากฎแห่งความเป็นธรรมดา บ้างก็เรียกว่า สัจธรรม อย่างกฎแห่งกรรม กฎแห่งอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ฯลฯ เรียกว่าอาการที่ไปตามเหตุปัจจัยของทุกสิ่งอย่าง

ส่วนที่เน้นมาที่ตัวเราหรือที่เรียกว่าจริยธรรม ก็แยกได้เป็นสองเช่นกัน คือ ธรรมในความหมายของ ธรรมเทศนา หรือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่ภาษาเซนเขาเรียกว่า "นิ้วชี้พระจันทร์" คือ มันเป็นเครื่องชี้ให้เราเห็นหรือรู้จัก ธรรมชาติ และ สัจธรรม เมื่อรู้เข้าใจ (แต่ยังไม่ถึงใจ) ว่าธรรมชาติเป็นอย่างนี้ ๆ นะ มีขันธ์ ๕ ฯลฯ แล้วสิ่งต่าง ๆ ก็ต้องเป็นไปตามสัจธรรมคืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ฯลฯ เมื่อรู้เข้าใจแล้วเราก็ต้องประพฤติในทางให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตเรา ที่เรียกว่าปฏิบัติธรรม ซึ่งก็ยังอยู่ในขอบเขตความหมายของคำว่าธรรมอยู่นั่นเอง แต่เรียกธรรมในความหมายที่เป็นภาคปฏิบัตินี้ว่า ธรรมจริยา 

เวลาครูบาอาจารย์พูดอุปมาว่าธรรมมิใช่ของใครนั้น ท่านหมายถึงธรรมในความหมายว่า ธรรมชาติ และสัจธรรม

ส่วนธรรมในความหมายของธรรมเทศนานั้น เราต้องยกเครดิตให้พระพุทธเจ้า เพราะพระองค์เป็นพระภควา คือ ผู้จำแนกธรรม ปราศจากสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ไม่มีผู้ใดจะสามารถจำแนกแจกแจงธรรม หรือวางหลักคำสอนเพื่อให้แจ่มแจ้งในธรรมชาติและสัจธรรมได้ รวมทั้งไม่อาจรู้แนวทางเพื่อให้เข้าถึงประโยชน์สูงสุดจากความรู้นั้นได้

เหมือนอย่างเรารู้ว่า จับถ่านไฟแล้วมือจะพอง (อันเป็นธรรมดาของถ่านไฟที่ยังร้อน) อาศัยความรู้นี้ เราก็จะปฏิบัติตัว (ธรรมจริยา) โดยไม่ไปหยิบหรือกำถ่านไฟ เป็นต้น

ละเอียดขึ้นมา เรารู้ว่าสังสารวัฏนี้เป็นทุกข์ เราจึงควรปฏิบัติตนในทางให้พ้นไปเสียจากสังสารวัฏ ก็จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากความรู้เรื่องธรรมชาติและสัจธรรม (ความเป็นไปของธรรมชาติ) ทั้งนี้ก็โดยอาศัยพระธรรม (เทศนา) ของพระพุทธเจ้านั่นเอง

เมื่อรู้เข้าใจความหมายต่าง ๆ ของคำว่า "ธรรม" ตามที่สรุปข้างต้น ก็จะสะดวกยิ่งขึ้นในการเข้าใจคำสอนในทางพระพุทธศาสนาต่อไปครับ  

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 99  « on 19/5/2557 13:39:00 IP : 1.46.103.217 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

เวลาสวดมนต์ทำวัตร เราท่องได้ว่า "เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากฯ เป็นธรรมดา"

เวลามันเกิดกับคนไกลตัว มันก็ยัง (ดูจะ) "ธรรมดา" อยู่
แต่เวลามันเกิดกับเรา หรือคนใกล้ตัวเรา มันมัก "ไม่ธรรมดา" ในหัวใจเราเอาเสียเลย

ไม่ว่าความพลัดพรากนั้นจะเกิดจากบุคคลหรือสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ชิด

วันนี้ลุงสิทธิ์ได้ยินเรื่องราวของน้องหมาตัวหนึ่งที่ทำให้บรรดาเจ้าของที่จำต้องหัวใจแทบสลาย ความน่ารัก ความสะอาดสะอ้าน และความเรียบร้อยไร้ที่ติของมัน ทำให้ใคร ๆ พากันหลงรัก 

ครั้งแรกที่มันต้องไปอยู่กับเจ้าของใหม่เพราะเหตุที่น้ำท่วมบ้านเจ้าของเดิม เกิดเป็นความผูกพันธ์กับเจ้าของใหม่ (หนูน้อย) จนเมื่อนำส่งคืนเจ้าของเดิม มันก็หงอยไม่กินข้าว แต่พอได้กลับไปพบหนูน้อยเจ้าของใหม่ที่ดูแลให้ความรักมันอย่างดี แทบจะนอนอยู่ด้วยกัน มันก็แสดงความดีใจมาก

แต่เมื่อมันโตขึ้น มันไม่เหมาะจะอาศัยอยู่ในเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์อีกต่อไป จำต้องหาบ้านใหม่ให้อยู่อีก ก็เป็นเหตุให้ถูกนำตัวไปหาบ้านใหม่และเจ้าของใหม่อีกครั้ง

ก่อนจะถึงมือเจ้าของใหม่ ก็ต้องไปพักชั่วคราวที่บ้านญาติของเขา เพียงแค่สามวันก่อนจะส่งมอบไปสู่เจ้าของใหม่ตัวจริง ญาติคนนั้นหาโอกาสพามันไปเดินเล่นในหมู่บ้าน มันตื่นเต้นมาก เพราะเคยอยู่แต่ในอพาร์ทเมนท์ แต่ถึงกระนั้น มันก็กลับมานอนหงอย ไม่กินข้าว มันคอยเดินตามเจ้าของ (ชั่วคราว) ของมันไปทุกที่ ทั้งชั้นล่าง ชั้นบน และทุก ๆ ห้อง ไปนอนซบอยู่กับเขา จนสามวันผ่านไป ถึงกำหนดส่งมอบให้เจ้าของตัวจริงที่ตกลงกันไว้ เจ้าของ (ชั่วคราว) ก็รู้สึกหัวใจสลายไปอีกราย

สรุปว่าตอนนี้ ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ที่เคยสัมผัสเลี้ยงดูมัน คนแล้วคนเล่า ต้องน้ำตาไหลเพราะความพลัดพรากจากมัน ไม่ต้องพูดถึงหนูน้อยคนแรก ๆ ที่เอามันไปนอนด้วย ถึงขนาดแปรงฟันให้มันเอง ฯลฯ

ความพลัดพราก มันจะ "ธรรมดา" ก็ต่อเมื่อเราอุเบกขาได้บ้างเท่านั้น

นี่ถ้าลุงสิทธิ์เข้าไปอยู่ในวงจรเลี้ยงดูมันด้วย ลุงสิทธิ์ก็ยังประเมินไม่ถูกว่าตัวเองจะเห็นว่าความพลัดพรากเป็นธรรมดา (ทั้งพลัดพรากในยามที่เป็น หรือตายจาก) หรือไม่หนอ...

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 100  « on 4/6/2557 19:03:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 


เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ที่ผ่านมา ลุงสิทธิ์กับเพื่อนขับรถบรรทุกทุเรียนเมืองจันท์ (ประมาณ ๑ ตัน) ไปทำบุญที่วัดป่าบ้านตาด ดีที่กราบเรียนพระอาจารย์สุดใจ เจ้าอาวาสฯ ก่อนจะไปถึง ท่านเมตตาให้ลูกศิษย์ประสานงานแจ้งไปทางวัดของหลวงปู่ลี หลวงปู่บุญมี หลวงปู่อุ่นหล้า ฯลฯ ให้มารับจัดสรรทุเรียน พร้อมกับน้ำตาลทรายที่สั่งไว้อีก ๓๐ กระสอบ 

รูปที่เห็นเป็นส่วนที่จัดสรรไปที่วัดของหลวงปู่บุญมี 

นับเป็นความเมตตาของพระอาจารย์สุดใจที่กรุณาจัดสรรไปยังเนื้อนาบุญอันเยี่ยมทั้งนั้น 

ขากลับได้แวะโรงพยาบาลศรีนครินทร์ นำเงินรายได้จากหนังสือตามรอยครู หลวงปู่ดู่ฯ ที่คุณเมธาจัดสรรมาให้ จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ไปทำบุญกองทุนรักษาภิกษุอาพาธ (มีเพื่อน ๆ ที่ทราบข่าวร่วมสมทบอีก ๑๓,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๒๓,๐๐๐ บาท)

อ้อ ยังได้แวะนำเงาะและมังคุด มอบให้ทหารที่ตั้งเต้นท์อยู่บนเส้นทางอุดร-ขอนแก่นด้วย 

ลุงสิทธิ์เลยถือโอกาสบอกสู่กันฟัง เพื่อร่วมอนุโมทนาและมีส่วนแห่งบุญกุศลนี้ด้วยกันครับ

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
 
 First page 
<
5
6
7
8
9
10
11
>
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกก่อนโพสข้อความค่ะ
»
คลิ๊กที่นี่
   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  



Online: 25 Visits: 16,777,220 Today: 1,310 PageView/Month: 43,624