luangpudu.com / luangpordu.com
 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  

หลวงปู่ท่านสอนเสมอว่า ไม่มีปาฏิหาริย์อันใดจะอัศจรรย์เท่ากับการฝึกหัดอบรมพัฒนาตนเองจากความเป็นปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชนตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ทั้งหลักศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือการพัฒนาความสามารถในการมีความสุขของตนให้ละเอียดประณีตยิ่งขึ้น กระทั่งถึงภาวะความสุขชนิดที่จะไม่กลับกลายเป็นความทุกข์ได้อีก นั่นก็คือพระนิพพาน

คณะผู้จัดทำฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้มาเยือน Website แห่งนี้ จะได้รับความอิ่มเอิบใจและปีติกับเรื่องราวและธรรมะคำสอนของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ รวมทั้งเกิดศรัทธาและพลังใจในการขวนขวายปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อให้ใจได้สัมผัสธรรม และมีธรรมเป็นที่พึ่งตลอดไป

(โปรดแลกเปลี่ยน/แสดงทัศนะอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นธรรมะคำสอนที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของดเว้นบทความหรือเรื่องราวเกี่ยวกับวัตถุมงคลที่เป็นไปในเชิงพาณิชย์หรือปาฏิหาริย์ที่มิได้วกเข้าหาธรรม)

   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  
Started by
Topic:   รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม  (Read: 292233 times - Reply: 289 comments)   
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
« Thread Started on 14/5/2556 7:59:00 IP : 203.148.162.151 »
 

ถึงวันนี้ เว็บ luangpudu.com / luangpordu.com ซึ่งมีการตั้งชื่อเล่นจากเพื่อน ๆ สมาชิกว่า "บ้านหลวงปู่อมยิ้ม" ก็เปิดประตูบ้านมานานกว่า ๓ ปีแล้ว มีเพื่อน ๆ มาเป็นสมาชิกร่วม ๙๐๐ คน

ลุงสิทธิ์มาสังเกตว่าลุงสิทธิ์เขียนโม้อยู่คนเดียวเสียเป็นส่วนมาก (เขียนไปตั้งกว่า ๕๐๐ กระทู้)  จึงอยากได้ยินเรื่องเล่าจากสมาชิกบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ที่ตัวเองหรือคนใกล้ตัวเจอะเจอสิ่งกระทบต่าง ๆ แล้วอาศัยอุบายธรรมอะไรในการรักษาใจ

ลุงสิทธิ์ตระหนักเสมอว่าปัญญาแท้นั้นไม่ได้เกิดจากการอ่านมากหรือฟังมาก นั้นเป็นเพียงปัญญาขั้นต้น หากแต่เกิดจากการรักษาใจ (ผ่านการเจริญสติและปัญญา) ในเวลาที่เจอะเจอสิ่งกระทบซึ่งเป็นเหมือนแบบฝึกหัด ซึ่งถ้าผ่านแบบฝึกหัดมามาก สติปัญญาก็ยิ่งได้รับการฝึกฝนให้เฉียบคมมากขึ้น ดังที่ครูบาอาจารย์มักอุปมาว่า "สิ่งกระทบหรือแบบฝึกหัดเป็นเหมือนหินลับสติปัญญา"

นอกจากนี้ ลุงสิทธิ์ก็ยังเชื่ออีกว่า จุดอ่อน (กิเลส) เช่นความกลัวของแต่ละคน ย่อมแตกต่างกัน ปัญหาเล็ก ๆ ของคน ๆ หนึ่ง อาจเป็นปัญหาใหญ่ของอีกคนหนึ่ง สำหรับผู้ต้องการฝึกฝนอบรมตนแล้ว ย่อมไม่ปรารถนาให้จุดอ่อนเหล่านั้นติดตัวตัวเองไปจนตาย (แม้บางครั้งอาจให้เหตุผลให้ตัวเองสบายใจว่า เอาไว้ละทีหลังก็ตาม) การยอมรับในจุดอ่อนที่แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่เป็นจุดร่วมก็คือการเดินไปบนหนทางของการพัฒนาตน ทั้งเรื่องกายวาจา (ศีล) คุณภาพของจิต (สมาธิ) และปัญญา

ลุงสิทธิ์อารัมภบทมามากพอสมควร (หรืออาจเกินควร) แล้ว จึงอยากรับฟังเรื่องเล่าอันอาจจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ สมาชิก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชวนให้เศร้า แล้วระงับหรือบรรเทาความเศร้าไว้ได้ เรื่องที่ชวนให้โกรธ แล้วระงับหรือบรรเทาความโกรธไว้ได้ เรื่องที่ชวนให้ลุ่มหลง แล้วระงับหรือกลับตัวให้คลายหลงได้ ฯลฯ

น้องเอสกิโมซึ่งอยู่ขั้วโลกเหนือ อยู่กับกองหิมะ เจอะเจอผู้คนน้อย ก็ใช่ว่าจะมีสิ่งกระทบน้อยนะ เพราะสิ่งกระทบที่มาทางใจโดยตรง ก็อาจมีมากไม่แพ้ช่องทางตา หู ฯลฯ คุณพ่อน้องพลอยสวยก็คงมีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของผู้เป็นพ่อ และอีก ๆ หลาย ๆ คนที่มีลูกเล็กลูกโต สิ่งกระทบที่เจอะเจอในที่ใกล้ตัว หรือแม้แต่ในวัดในวา ฯลฯ สิ่งกระทบที่อยู่ในประเทศ และนอกประเทศ (กรณีนอกประเทศนี่คงต้องให้เป็นการบ้านของคุณคนแถวหลัง ป้าน้อง หลานเอมี่ รวมทั้งน้องเอสกิโม) หรือสิ่งกระทบในแวดวงที่ทำงาน ก็ต้องถามคุณ DRAGON ฯลฯ หรือจะเป็นแวดวงการศึกษา ....ต้องถามใครล่ะ  อีกทั้งประสบการณ์ของคนที่ทำบ้านให้เป็นวัดอย่างน้องพุทธธิดา (และเชื่อว่าอีกหลาย ๆ คน) สารพัดเรื่องที่น่าจะนำมาเล่าสู่กันฟัง 

เชิญทุกท่านช่วยกันทำให้บ้านหลวงปู่อมยิ้มที่เหมือนมีชีวิตอยู่แล้วนี้ให้มี "ชีวา" ด้วยนะครับ 

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
  ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
จำนวนข้อความทั้งหมด:  110
 First page 
<
3
4
5
6
7
8
9
10
11
>
แสดงความคิดเห็น
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 71  « on 13/11/2556 8:00:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 


เหลิม Talk:

     ช่วงนี้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองก็มีเรื่องราวมากมายให้ใจไม่สงบ... หันมามองละครดังช่อง ๓ เห็นเด็กชายวันเฉลิมในละคร ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าเป็นอภิชาติบุตรแล้ว พลันมองชื่อโรงเรียนบนอกเสื้อวันเฉลิมแล้วนึกถึงหลวงปู่....



น้องเหลิมช่วยเฉลยหน่อยสิครับ ว่าชื่อโรงเรียน ทำไมจึงโยงให้นึกถึงหลวงปู่...?

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ความคิดเห็นที่ 72  « on 18/11/2556 11:20:00 IP : 180.183.16.207 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 


              เมื่อวานนี้ วันที่ 17 .. 2556 เวลา 16.39 . “ในหลวง” เสด็จลง ณ ท่าลัดดา วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทรงประกอบพิธีลอยพระประทีป เนื่องในวันลอยกระทง

            เมื่อเช้าดูข่าวแล้วน้ำตาก็ไหลซึมออกมาเอง เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เห็นพระองค์ทางทีวี ยิ่งเห็นพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงแล้วรู้สึกดีใจจริงๆ ค่ะ

          ขอถวายความจงรักภักดีต่อพ่อหลวง ต่อราชวงศ์จักรี และต่อแผ่นดินไทย  ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนานเทอญ

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 73  « on 18/11/2556 20:59:00 IP : 171.101.183.219 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

ขอบพระคุณพี่คนแอบอ่านและขอร่วมถวายความจงรักภักดีอีกคนหนึ่งครับ 

เมื่อวันเสาร์ก็ได้ไปร่วมชุมนุมที่ราชดำเนินด้วยเหมือนกัน 

เห็นจริงตามคำของหลวงปู่สิมที่ว่า หากไฟป่าลามเข้ามา พระเณรทั้งสิ้นจะมัวนั่งภาวนานิ่งอยู่มิได้ 

การช่วยรักษาชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องไปร่วมชุมนุมเพียงอย่างเดียว การช่วยเผยแพร่และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับคนใกล้ตัว รวมทั้งการไม่สนับสนุนฝ่ายที่คิดร้ายต่อประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ก็เป็นอีกทางเช่นกัน

นึกถึงเรื่องของหลวงปู่สิมแล้ว ช่างเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ว่าหากไฟป่าลามมาจนไหม้บ้าน เราจะเจรจาขอปรองดองกับไฟป่าหรือ โจรปล้นสดมภ์บุกเข้าบ้าน เราจะขอปรองดองกับโจรหรือ

คำว่าปรองดอง เขาใช้กับกรณีที่ต่างก็ตั้งอยู่ด้วยความปรารถนาดีต่อส่วนรวม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ ไม่โป้ปดหรือมุ่งร้ายต่อกัน เพียงแต่อาจเห็นต่างกันในวิธีการ หรือมีมุมมองที่ต่างกัน แต่ทั้งหมดทุกฝ่ายยังคงตั้งอยู่ด้วยความไม่เห็นแก่ตัว ต่างรักในความสัตย์ความจริง อย่างนี้จึงจะเข้าข่ายที่จะปรองดองกันได้

ทุกวันนี้ มีภัยรอบด้านจริง ๆ ทั้งสิ่งที่เป็นภัยต่อชาติ สิ่งที่เป็นภัยต่อพระพุทธศาสนา สิ่งที่เป็นภัยต่อพระมหากษัตริย์ หากมีทางหนึ่งทางใดที่แต่ละท่านจะช่วยกันป้องกันภัยและรักษาสถาบันทั้ง ๓ ไว้ได้ ก็ขอให้ทุกท่านได้ช่วยกันทำตามกำลังฐานะเถอะครับ อย่างน้อย ๆ ก็อย่าได้ไปเป็นกำลังสนับสนุนพวกที่คิดทำลายสถาบันก็ยังดี

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
คนแอบอ่าน

Posts: 3 topics
Joined: 21/7/2555

ความคิดเห็นที่ 74  « on 21/11/2556 11:52:00 IP : 180.183.65.8 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 


"เดิมพันของเรา" 

 

       ครั้งหนึ่ง เมื่อหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า"เคยทรงเหนื่อย ทรงท้อบ้างหรือไม่" ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสตอบว่า

       " ความจริงมันน่าท้อถอยหรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้น คือบ้านคือเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ "

ข้อมูลจาก ไทยรัฐ ฉบับ 5 ธ.ค. 2532

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 75  « on 4/12/2556 7:37:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

อนุโมทนากับน้องปุถุชนและน้องพุทธธิดากับสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากการไปกราบพระศพพระสังฆราชครับ

พระท่านทำให้ "เชื่อ"

"เชื่อ" เพื่อลดความลังเลสงสัยในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 76  « on 4/12/2556 8:10:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

ในโลกมนุษย์นี้มีเรื่องราวแปลก ๆ หลายอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องกรรมบ้าง เรื่องความเปราะบางของชีวิตบ้าง ฯลฯ

อย่างเรื่องที่จะเล่าให้ฟังนี้ก็เป็นเรื่องของเด็กสาวคนหนึ่ง ซึ่งเพิ่งจะจบการศึกษา ไปทำงานได้ยังไม่ถึงปี อยู่ในวัยสดใส ร่าเริง และดูภายนอกก็เป็นคนแข็งแรงดี

เรื่องแปลกมีอยู่ว่าสาวน้อยคนนี้ไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด และในพิพิธภัณฑ์นั้นก็มีรูปปั้นคนจีนโบราณ (เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของศาลเจ้ามาก่อน) สาวน้อยคนนี้ก็นึกสนุก ไปยืนข้าง ๆ รูปบั้น แล้วสยายผมตัวเอง ยืนตัวเกร็ง ก้มหน้าน้อย ๆ  ตั้งท่าให้เพื่อนถ่ายรูปให้ดูคล้าย ๆ รูปถ่ายติดวิญญาณ ซึ่งก็มีหลายคนเมื่อได้เห็นรูปแล้วก็ติติงว่าไม่ควรไปล้อเล่นอย่างนั้น

จะด้วยเหตุที่มีโรคประจำตัวหรือเหตุอื่นใดก็ไม่ทราบ เด็กสาวผู้นี้ กลับมาจากต่างจังหวัดก็ล้มป่วยกระทันหัน แพทย์ระบุว่ามีไวรัสขึ้นสมอง นอนป่วยอยู่โรงพยาบาลเพียง ๒ สัปดาห์ก็เสียชีวิต ยังความโศกเศร้าแก่พ่อแม่และเพื่อน ๆ เป็นอย่างมาก นี้เป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นและยังอยู่ในช่วงงานศพของเด็กสาวคนนี้

เรื่องนี้อาจมองว่าการตายของเด็กสาวคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันกับการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่อย่างน้อยก็เป็นตัวอย่างในเรื่องของ "กาลเทศะ"

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 77  « on 10/12/2556 8:03:00 IP : 171.101.183.219 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าของน้องปุถุชนครับ เป็นการตอกย้ำถึงคำว่า "ไม่เที่ยง" พร้อม ๆ กับกระตุ้นเตือนในเรื่อง "แก่นสารของชีวิต" 

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 78  « on 12/12/2556 12:44:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

วันก่อนลุงสิทธิ์ไปวัดสะแก ได้พบแม่ลูกคู่หนึ่ง เขาเล่าว่าดีใจที่ได้รู้จักหลวงปู่ เดี๋ยวนี้ สวดคาถาฯ ตลอด แถมร่วมพิมพ์คาถาฯ เผยแพร่ด้วย เดิมเคยนั่งสมาธิและเดินจงกรมอย่างครูบาอาจารย์ทางอีสานสอน ก็ไม่ต้องทำแล้ว เพราะตามแนวทางหลวงปู่ การสวดคาถาฯ คือการปฏิบัติ??

ลุงสิทธิ์ฟังแล้ว แทบต้องควานหายาหม่องยาดม ในใจคิดว่าหลวงปู่ละสังขารไป ๒๐ กว่าปี แนวทางการปฏิบัติที่หลวงปู่สั่งสอนมันกลับตาลปัตรเสียแล้ว จากคำที่หลวงปู่พูดว่า "สวดมนต์เป็นยาทา ภาวนาเป็นยากิน" จะถูกปฏิรูปเป็น "สวดมนต์เป็นยากิน ภาวนาเป็นยาทา" เสียแล้วกระมัง แถมยังจะทำให้ไปขัดกับแนวทางการปฏิบัติของครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ที่สำคัญไปขัดกับหลักการเจริญศีล สมาธิ และปัญญา ที่พระพุทธองค์วางไว้

ดังได้พูดเล่าไว้แล้วในหลายกระทู้ว่า ศาสนาพุทธเสื่อมสูญจากอินเดียก็เพราะเหตุที่ชาวพุทธไม่สนใจศึกษาและเจริญในหลักศีล สมาธิ และปัญญา แต่กลับไปสนใจในเรื่องที่มิใช่ทาง กล่าวคือ พวกหนึ่งก็มัวไปสวดคาถาในทางขลังที่เรียกว่า ลัทธิมนตรยาน อยากได้อะไรก็สวดคาถาเอา ทำพิธีกรรมประกอบเข้าไป ให้ดูขลังเข้าไปอีก อีกพวกหนึ่งก็สุดโต่งไปในทางศึกษาและถกแต่เรื่องอภิปรัชญาซึ่งเป็นเรื่องไกลตัว และไม่ใช่ทางดับทุกข์

บัดนี้ ประวัติศาสตร์แห่งความเสื่อมได้มาซ้ำรอยอดีต ที่เสียหายมากคือ มาเริ่มเสื่อมที่การปฏิบัติของบรรดาผู้ที่สำคัญตนว่ากำลังดำเนินตามปฎิปทาที่หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ สั่งสอน ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่

หลวงปู่กล่าวย้ำไว้แล้วว่าท่านมิได้มาบัญญัติแนวทางอะไรใหม่เลย ท่านมาตอกย้ำตามแนวทางการเจริญศีล สมาธิ และปัญญา ที่พระพุทธองค์วางไว้แล้วเท่านั้น ไม่มีวิชาแปลกประหลาดหรือแหวกแนวใด ๆ เลย ซึ่งผู้ที่มาปฏิบัติกับหลวงปู่ จึงกลมกลืนกับการปฏิบัติของสายท่านพระอาจารย์มั่น รวมทั้งครูบาอาจารย์ทั้งหลาย แต่ด้วยแนวทางการปฏิบัติที่คนเข้าใจหรือสำคัญว่าเป็นการปฏิบัติตามหลวงปู่ได้แก่การมุ่งสวดคาถาฯ นี้ ได้เป็นการทำตนให้แปลกแยกจากครูบาอาจารย์อื่น ๆ อย่างยิ่ง จนถึงขั้นว่า เกิดคำถามจากครูบาอาจารย์บางท่านว่า "หลวงปู่ท่านสอนอย่างนี้จริง ๆ หรือ?" ซึ่งนำความเสื่อมเสียและความเข้าใจผิดต่อองค์หลวงปู่อย่างยิ่ง จึงฝากให้พวกเราช่วยกันพิจารณาและร่วมรักษาปฏิปทาและคำสอนของหลวงปู่ให้คงความบริสุทธิ์เพื่อประโยชน์ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไป 

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 79  « on 12/12/2556 21:09:00 IP : 171.101.183.219 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

เวลาพูดถึงเชียงคาน คนเขาก็นิยมไปเที่ยวชมชุมชนและหมู่บ้านที่อนุรักษ์ไว้
แต่คนวัดไปที่ไหน ก็หาเที่ยวชมวัดและกราบครูบาอาจารย์ ถวายทานสั่งสมบุญ

ลุงสิทธิ์ไม่ได้มีโอกาสไป ก็อนุโมทนาด้วยครับ

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
สิทธิ์

Posts: 591 topics
Joined: 5/11/2552

ความคิดเห็นที่ 80  « on 25/12/2556 8:22:00 IP : 203.148.162.151 »   
Re: รวมเรื่องเล่าของสมาชิกบ้านหลวงปู่อมยิ้ม
 

เมื่อสองวันก่อน ได้มีโอกาสสนทนากับน้องคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้มีศรัทธาต่อหลวงปู่มากคนหนึ่ง เธอเพิ่งจะมีโอกาสไปภาวนาในป่าจริง ๆ ลุงสิทธิ์ได้ยินได้ฟังแล้วก็รู้สึกโมทนากับเธออย่างยิ่ง และอดไม่ได้ที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง

เธอไปภาวนา ณ สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ป่าทึบทางภาคตะวันตก  สำนักสงฆ์แห่งนั้นมีเพียงพระภิกษุอยู่รูปเดียว กับแม่ชีที่มาปฏิบัติภาวนาและช่วยทำอาหารอีก ๒ ท่าน โดยพื้นที่สำหรับปลีกวิเวกก็คือพื้นที่ป่าโดยรอบสำนักสงฆ์ซึ่งเป็นป่าจริง ๆ ซึ่งเสนาสนะก็มีทั้งกุฏิที่แฝงตัวในป่าทึบ และถ้ำที่อยู่ทางเหนือของกุฏิ 

ด้วยความเป็น "มือใหม่" เธอจึงได้รับการแนะนำจากพระภิกษุให้ไปพักภาวนาที่กุฏิ (อย่าเพิ่งไปอยู่ถ้ำ) เธอเล่าว่า แม้ตอนกลางวัน แม่ชีจะได้พาเธอไปเยือนที่กุฏินี้แล้วก็ตาม แต่พอถึงตอนกลางคืน ออกจากศาลามา เดินส่องไฟฉายไปกุฏิเองคนเดียว ก็เดินเลยทางเข้ากุฏิไปไกล ตั้งสติ เดินกลับมาหากุฏิจนพบ ทีแรกเธอคิดว่าคงยากมากในการรักษาจิตมิให้กลัว แต่พอได้เดินจงกรมที่อยู่ข้างกุฏิ เดินไปก็ทำความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติแวดล้อม เสียงสัตว์แปลก ๆ ดังมาเป็นระยะ ๆ เธอกลับรู้สึกว่าทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ความกลัวค่อย ๆ หายไป เดินจงกรมเพลินจน ๕ ทุ่มครึ่ง และได้ลองใจให้ยิ่งขึ้นไปอีกโดยการเดินไปที่ห้องน้ำ (ส้วมหลุม) ที่อยู่ไกลออกไปในบรรยากาศที่วังเวงอย่างยิ่ง

แม้ว่าเธอจะพักภาวนาที่กุฏิในป่าแห่งนี้ไม่กี่คืน แต่ประสบการณ์ครั้งนั้นมันก็ได้เปลี่ยนความเห็นของเธอไปอย่างมาก เธอได้เห็นอานิสงส์ว่า สมาธิเป็นเรื่องที่สำคัญมากเหลือเกิน มันเป็นเครื่องอยู่ในจิตใจที่จะทำให้ไม่หวั่นไหว และธรรมอันหนึ่งที่ผุดขึ้นก็คือ "ป่ามิใช่สิ่งอันตราย สิ่งที่อยู่นอกป่าต่างหากที่อันตราย เพราะมีแต่เรื่องของกิเลสทั้งนั้น" 

บทสนทนามาจบที่คำพูดของเธอที่ว่า ยังไงก็ไม่สามารถทิ้งการปฏิบัติ (ธรรม) ได้แล้ว เรามีหน้าที่สร้างเหตุปัจจัยคือการปฏิบัติเรื่อยไป และจะทำเรื่อยไปจนวันตาย เงินทองภายนอกทำเก็บไว้ให้ลูก เหมือนกับที่พ่อแม่ของเธอทำไว้ให้เธอ มันก็แค่นั้น กิจภายนอก กิจเพื่อเครื่องอาศัยก็ทำไป ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกใยดีอะไรเลยกับเงินทอง สิ่งที่เป็นสาระยิ่งต่อชีวิตที่เหลืออยู่คือการปฏิบัติธรรมเท่านั้น การเจริญสติโดยการหมั่นระลึกรู้ตัวทุก ๆ อากัปกิริยา และการหมั่นเฝ้าดูจิต รักษาจิต มันช่วยให้เธอมีความสุข สุขที่เกิดจากการมีเครื่องอยู่ในจิตใจ รวมทั้งที่เกิดจากการลดปริมาณกิเลสที่มาเผาใจเจ้าของเอง

...ภายนอก ก็จัดการกันไปกับสิ่งต่าง ๆ ที่เป็น "เครื่องอาศัย"

...ภายในยิ่งต้องจัดการ เพราะมันคือ "เครื่องอยู่" มันคือ "ที่พึ่งที่แท้จริง"

"ขอปฏิบัติไปจนวันตาย"

 
   Link to Post - Back to Top

Bookmark and Share
 
 First page 
<
3
4
5
6
7
8
9
10
11
>
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกก่อนโพสข้อความค่ะ
»
คลิ๊กที่นี่
   Main webboard   »   ธรรมะทั่วไป
 ย้อนกลับ  |  ตั้งกระทู้ใหม่  



Online: 31 Visits: 16,777,220 Today: 1,260 PageView/Month: 43,574